เปิดใจ 3 หนุ่มเข้าด่านขอตรวจฉี่ น้อยใจครูหาว่าเสพยา ผอ.ติงครูระวังคำพูด

กรณีปลัดฝ่ายปกครองอำเภอบ้านนา จ.นครนายก พร้อมกำลังอาสาสมัคร และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันตั้งด่านศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อให้เด็กและเยาวชนตามหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ได้รับการบำบัดและไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด


ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นและขอตรวจฉี่หาสารยาเสพติด บริเวณ หมู่ 6 ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก กระทั่งก็ได้มีวัยรุ่น 3 คน อายุ 15 ปี ทั้ง 3 คน ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาที่ด่าน ขอเข้าตรวจหาสารเสพติด


ล่าสุดวันที่ 2 มี.ค.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายังบ้านใกล้โรงเรียนวัดคลองไทร ต.คลองเรือ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พบวัยรุ่นทั้ง 3 คือ นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 15 ปี เสื้อสีแดง, นายสิทธิโชค (สงวนนามสกุล) อายุ 15 ปี เสื้อสีเทา และนายจัตุรพักตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 15 เสื้อสีน้ำเงิน จึงเข้าสอบถามข้อเท็จจริง


นายณัฐพงษ์ อายุ 15 ปี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ.64 ที่ผ่านมา โรงเรียนมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดประจำปี โดยทางโรงเรียนจะไม่ได้ระบุวันในการตรวจ อีกทั้งนายสิทธิโชค ขาดเรียนในวันที่มีการตรวจหาสารเสพติดเนื่องจากปวดหัว ไม่สบาย จึงขาดการตรวจในวันดังกล่าว


กระทั่งในเช้าวันที่ 16 ก.พ.64 คุณครูได้เดินเข้ามาพูดกับกลุ่มของตนว่า “ทำไมเมื่อวานไม่มาตรวจ ได้ไปยุ่งกับยาเสพติดมาใช่ไหม” โดยกลุ่มของตนก็ตอบปฏิเสธไปว่า ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด และคุณครูก็ไม่ได้ตอบอะไร


เมื่อถามว่าหลังจากได้ยินคำพูดครู โกรธหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า แค่น้อยใจเล็กน้อย เพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดจริง เมื่อวานนี้ (1 มี.ค.64) เวลา 19.00 น. กลุ่มตนได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ซ้อนกันมา 3 คน และบังเอิญเจอกับด่านตรวจหาสารเสพติด จึงเข้าไปขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาสารเสพติด เพื่อนำหลักฐานไปให้คุณครูว่า พวกตนไม่ได้ยุ่งกับยาเสพติดจริง


เมื่อตรวจได้รับผลจึงได้ขอให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปภาพเป็นหลักฐาน และในเช้าวันนี้ (2 ก.พ.64) ได้นำรูปภาพให้คุณครูดูและครูก็ไม่ได้ว่าอะไร หากถามถึงเหตุผลในการกระทำครั้งนี้ ตนไม่ได้ตรวจหาสารเสพสติดเพื่อที่จะประชดครูแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจว่าพวกตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเสพยาเสพติด อีกทั้งอยากขอโทษคุณครูที่ทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์


ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เรียกคุณครูและกลุ่มนักเรียนดังกล่าวเข้ามาพูดคุยสอบถามถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นคุณครูเป็นห่วงกลุ่มนักเรียน ม.3 เนื่องจากหนึ่งในนักเรียนคนดังกล่าวไม่เข้าเรียนในวันที่มีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดประจำปีของโรงเรียน อีกทั้งกังวลเรื่องนักเรียนจะมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงพูดออกไปในลักษณะดังกล่าว


เบื้องต้นได้ตักเตือนคุณครูและยื่นหนังสือไปยังเขต และเรียกประชุมถึงการพูดคุยกับนักเรียน เนื่องจากนักเรียนช่วงวัยดังกล่าว จะเป็นช่วงอ่อนไหวง่าย อยากให้ใช้คำพูดที่นุ่มนวลในการพูดคุยกับนักเรียนมากกว่านี้ ตนในฐานะผอ.โรงเรียน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์มาก เพราะแค่เรื่องคุณครูพูดเตือนให้นักเรียนอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด กลับกลายเป็นกระแสข่าวและต่อว่าครู


ทีมข่าวอมริน ทีวี เดินทางมาพบ นายวิรัตน์ คงชุ่ม อายุ 56 ปี กำนันตำบลเขาเพิ่ม เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค.64 ที่ผ่านมา มีปลัดฝ่ายปกครองอำเภอบ้านนา จ.นครนายก พร้อมกำลังอาสาสมัคร และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันตั้งด่านศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อให้เด็กและเยาวชนตามหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ได้รับการบำบัดและไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไม่พบผู้เสพติด แต่ถือเป็นการทำตามมาตรการเชิงรุก


ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้น และขอตรวจฉี่หาสารยาเสพติด เรียกรถที่ต้องสงสัยที่ผ่านไปมาในบริเวณ หมู่ 6 ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายกนั้น ในเวลา 19.00 น. เห็นกลุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อน 3 เข้ามายังด่านตรวจ โดยบอกว่า “ผมอยากจะตรวจฉี่ ตรวจฉี่ได้ไหม” ทาง อส. จึงให้อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มวัยรุ่น เบื้องต้นจากสอบถามต้องการตรวจหาสารเสพติด เพราะครูที่โรงเรียนอ้างว่าเด็กเสพสารเสพติด จึงต้องการนำผลตรวจไปยืนยันกับครู ว่าไม่ได้เสพยา


หลักจากการตรวจนั้นไม่พบสารเสพติด จึงบอกกลุ่มวัยรุ่นว่า จุดตรวจนี้ไม่สามารถออกเอกสารได้ แต่สามารถถ่ายรูปพร้อมกับกำนัน เพื่อเป็นหลักฐานไปยืนยันกับครูได้ กลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาขอตรวจถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่ได้คึกคะนอง ตนมองว่าเป็นความตั้งใจจริงที่ต้องการมาตรวจหาสารเสพติด จึงอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อให้คุณครูได้รับทราบ

ทนายเกิดผล ทนไม่ไหว หลังเมียน้อยขู่ฟ้องกลับเมียหลวง 2 ล้าน เล่นผิดคนแล้ว


เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีคนแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและตืดตามกันเป็นจำนวน สำหรับประเด็นที่เมียหลวงได้บุกไปงานแต่งของสามีของตนเองที่ได้แอบไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกตน โดยล่าสุดกลายเป็นประเด็นอีกแล้วจ้า เมื่อสาวคนดังกล่าวได้โพสต์ข้อความท้ายทายฝั่งเมียหลวง โดยได้โพสต์ระบุข้อความว่า


ฟ้องมาก็ฟ้องกลับค่ะ

ล่าสุดทนายเกิดผล ทนไม่ไหวได้โพสต์ข้อความระบุว่า

ขู่ฟ้องกลับเมียหลวง เรียก 2 ล้าน #น้องไปเอาความมั้นใจผิดๆมาจากไหน การที่เมียที่ชอบด้วนกฎหมายของเขา ตามไปงานแต่งเพื่อไปขัดขวางการแต่งงานของสามีเขา เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศ ศักดิศรี ของเมียหลวงได้ (เทียบเคียง คำพิพากษาฎีกาที่ 378/2479)

ชายพบภริยาของตนกำลังร่วมประเวณีทำชู้กับชายอื่นจึงฆ่าภริยาและชายชู้ ทั้งสองคนนั้นทันทีเช่นนี้ #ถือว่าเป็นการป้องกันเกียรติยศและชื่อเสียงพอสมควรแก่เหตุ_ไม่มีโทษ

(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 378/2479)

และการที่เมียที่ชอบด้วยกฎหมาย เข้าไปในบ้านเพื่อ ขัดขวางงานแต่งของผัวเขา ก็ถือว่ามีเหตุอันสมควร ซึ่งเป็นข้อยกเว้นข้อหาบุกรุก ตามมาตรา 364

ซึ่งมาตรา 364 บัญญัติว่า ..

มาตรา 364. ผู้ใด #โดยไม่มีเหตุอันสมควรเข้าไป หรือ ซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือ สำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้น เมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก

การเข้าไปขัดขวางสามีของตนแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ถือว่า #มีเหตุอันสมควรที่จะเข้าไป.. ย่อมไม่มีความผิดฐานบุกรุก..เที่ยบเคียง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2542

พิพากษาว่า

#จำเลยเข้าไปบ้านของผู้เสียหายที่ 1 เพราะต้องการจะไปหา ส. #ซึ่งเป็นภริยาและบุตรของจำเลยซึ่งเพิ่งคลอดจาก ส. แม้ ม. จะห้ามไม่ให้เข้าบ้านโดยอ้างว่าส. ไม่อยู่จำเลยก็ไม่ยอมฟังเพราะจำเลยไม่เชื่อว่า ส. จะไม่อยู่ในบ้านดังกล่าวการที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 #จึงมีเหตุอันสมควรเพื่อต้องการไปหาภริยาและบุตรของจำเลย จำเลยไม่มีเจตนาบุกรุก

คิดดีๆนะครับ คุณเจ้าสาว .. ว่า ที่เมียเขาฟ้องเป็นแค่คดีแพ่ง แต่ถ้าคุณฟ้องเขาเป็นอาญา สิ่งที่ตามมา ก็น่าจะอาญาเช่นกัน
ทนายเกิดผล

เรียบเรียง siamnews
 

3 โจรล็อกแขนทำร้ายคนพิการ ปล้นแล้วซิ่ง จยย.หนี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุปล้นกันกลางซอยเข้าหมู่บ้านกลางสวน หมู่ที่2 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชายพิการพูดไม่ชัด ทราบชื่อต่อมาคือ นายวรพจน์ วงศ์ศิริ อายุ 48 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกคนร้ายใช้ก้อนหินทุบศีรษะแตกเลือดสาดเต็มตัว ก่อนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ให้การช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์รักษา ในเบื้องต้นเย็บไป 6 เข็ม



จากการสอบถามในเบื้องต้น นายวรพจน์ ผู้เสียหายเล่าว่า ตนกำลังปั่นจักรยานเพื่อออกไปทำงานโรงงานผลิตฟันคนพิการใกล้ที่เกิดเหตุ ปั่นออกจากบ้านมาไม่ถึงร้อยเมตร ตนสังเกตเห็นมีรถจักรยานยนต์ขี่ตามหลังมา มีคนร้าย 3 คน เป็นวัยรุ่นนั่งซ้อนท้ายกันมา ก่อนจอดรถขวางหน้าแล้วคนซ้อนคนแรกลงมาจับมือตนไพล่หลัง บังคับไม่ให้ส่งเสียงดัง ปกติตนก็ไม่มีเสียงอยู่แล้วเพราะเป็นคนลิ้นไก่สั่นพูดไม่ดังและไม่ชัด แล้วคนซ้อนท้ายจักรยานยนต์คนที่ 2 ลงมาไม่พูดอะไรเลย ลงมายกก้อนหินขนาดใหญ่ริมถนนทุบเข้ากลางศีรษะตนอย่างแรงจนเลือดกระจาย คนร้ายได้แย่งกระเป๋าสะพายของตนไป ก่อนคนร้ายหนีไปมีคนร้ายอีกคนชักมีดยาวออกมาจะแทงตน แต่ตนหลบและทันวิ่งออกจากที่เกิดเหตุ จากนั้นมีชาวบ้านผ่านมาพบเห็นจึงได้ช่วยเหลือตน ส่วนคนร้ายได้วิ่งไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีเพื่อนอีกคนจอดรออยู่หลบหนีไป


ในกระเป๋าตนมีชุดทำงาน 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ขณะนี้ตำรวจ สภ.สามพราน อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เคสแรกของโลก! รัสเซียพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8


จากสัตว์ปีกสู่คนครั้งแรกของโลก! รัสเซียพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8 ในโรงงานสัตว์ปีกทางใต้ของประเทศ

วันที่ 22 ก.พ.64 มีรายงานว่า ทางตอนใต้ของรัสเซียได้มีการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N8 จำนวนกว่า 7 คน ที่โรงงานสัตว์ปีกแห่งหนึ่ง โดยความคืบหน้าล่าสุดทั้ง 7 คน อาการดีขึ้นแล้ว รวมถึงได้มีการรายงานกรณีพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H5N8 แก่ องค์การอนามัยโลกแล้ว

ทั้งนี้ การค้นพบผู้ติดเชื้อเคสดังกล่าวถือว่าเป็นการแพร่จากสัตว์ปีกสู่มนุษย์เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งถือเป็นผลงานครั้งสำคัญของสถาบัน เวคเตอร์ ของทางการรัสเซีย ที่สามารถแยกแยกสารพันธุกรรมของสายพันธุ์ไข้หวัดนกออกจากคนงานติดเชื้อได้ แต่ยังไม่มีสัญญาณการแพร่เชื้อจากคนสู่คน

สาว 18 ไม่ทันได้ใช้ เราชนะ


วันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายนพณัฐ น้ำจันทร์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าสตรีแห่งหนึ่งย่านท่าน้ำนนทบุรี ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี พร้อมภาพจากกล้องวงจรปิดในร้าน ที่สามารถบันทึกพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุล้วงกระเป๋าขโมยโทรศัพท์มือถือลูกค้าภายในร้าน

โดย น.ส.วรรณวิษา ศรียางนอก อายุ 18 ปี นักศึกษาซึ่งตกเป็นผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุวัฒน์ เสน่หา ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็น น.ส.วรรณวิษา (เสื้อส้ม) ผู้เสี ยหาย สะพายกระเป๋าผ้ากำลังเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ภายในร้าน ขณะนั้นมีลูกค้าอยู่ 6-7 คนกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่รอบผู้เสี ยหาย แต่ในกลุ่มมีมิจฉาชีพผู้หญิง 4 คนเป็นหฐิงสาววัยกลางคน ทำทีเดินเลือกซื้อเสื้อผ้า

ก่อน 1 ในกลุ่มนั้นจะฉวยโอกาสขณะที่ผู้เสี ยหายกำลังเลือกเสื้ออยู่ เข้าไปด้านข้างที่สะพายกระเป๋าคล้องอยู่ จากนั้นทำทีหยิบเสื้อออกมาจากราวแขวนเสื้อเพื่อใช้บังมุมก่อนล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือของผู้เสี ยหายไปอย่างรวดเร็ว และส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการที่เดินปะปนอยู่ในร้านอีกที ก่อนหลบหนีออกจากร้านไป

น.ส.วรรณวิษา เล่าว่า ตนได้แวะมาดูเสื้อผ้าที่ร้านเพียงคนเดียว โดยกะว่าจะนำเงินจากโครงการ เราขนะ ที่ได้รับสิทธิ์มามาใช้ซื้อเสื้อผ้า ด้วยความที่ไม่ได้ระมัดระวังตัว จึงนำเอาไอโฟนใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายด้านหน้า จากนั้นก็เลือกซื้อเสื้อผ้าไปโดยไม่รู้ตัวว่าถูกคนร้ายฉกเอาไอโฟนไปแล้ว มารู้ตัวตอนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาสแกน พบว่าหายไปแล้ว จึงขอดูกล้องวงจรปิดกับเจ้าร้านและพบว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำงานเป็นทีมล้วงไป

นายนพณัฐ เล่าว่า จากในภาพคนก่อเหตุมาด้วยกัน 4 คน ทำงานกันเป็นทีม อย่างไรก็ตามคนก่อเหตุได้ซื้อเสื้อยืดไป 2 ตัวราคาตัวละ 130 บาท โดยจ่ายเป็นเงินส ด แต่หลังจากนั้นได้ไปซื้อของร้านข้าง ๆ แต่จ่ายด้วยโครงการคนละครึ่ง ซึ่งน่าจะตามตัวคนกลุ่มนี้ได้ไม่ยาก


ที่มา khaosod


คาริสา ชวน กัน นภัทร ลองเริ่มต้นใหม่ด้วยกันอีกครั้งไหม


เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ทำหลายๆคนถึงกับฟินกันหนักมากจ้า หลังล่าสุด กัน นภัทร ได้ไปเป็นซุปตาร์รับเชิญในรายการ ร้องข้ามกำแพง The Wall Song ทางช่องเวิร์คพอยท์23 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งทางรายการได้จัดคู่ฟีเจอริ่งหลังกำแพงมาให้เป็นสาวลูกครึ่ง ขี้เล่น เซ็กซี่ คาริสา สปริงเกตต์ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นเกมการหลอก ให้ตอบผิด หรือ หัวใจบอกให้ทำ! ถึงแม้จะกำแพงจะคั่นกลางแต่ คาริสา เปิดเกมรุกแบบถี่ๆ จนทะลุกำแพงไปเลยจ้า และไปสุดทางกับคำถามโยนหินถามทางก้อนเบ้อเร่อว่า พี่กันยังโสดอยู่มั้ยคะตอนนี้? ลองเริ่มต้นใหม่อีกครั้งมั้ยคะ? ถ้าพี่กันโสด หนูโสด เราลองคุยกันดีมั้ยคะ? กลางรายการกันเลยทีเดียวยิ่งพอเปิดกำแพงเฉลย ทั้งคู่ได้เห็นหน้ากันแล้ว คาริสา เข้าเกียร์เดินหน้าอีกรอบ ทำให้เห็นโมเมนต์ความน่ารักของคู่นี้แบบถี่ๆ งานนี้แฟนๆ ก็แอบเชียร์นะบอกเลย

ภาพดังกล่าว






ภาพจากรายการ

ขอบคุณ ร้องข้ามกำแพง


เรียบเรียง siamtopic


"ไม้หน้าสาม" ฟาดเมียดับ ผัวฉุนโดนด่าเช้า-เย็น รับผิด-มอบตัว

 

ผัวสุดทน คว้าไม้หน้าสามฟาดเมียดับอนาถคาห้องเช่า ก่อนรอมอบตัวชดใช้กรรม สารภาพลงมือก่อเหตุจริง ทนไม่ไหวแล้วโดนสวดเช้า-เย็น ไม่เว้นตอนตื่นนอน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 พ.ต.ท.คงเดช โสวภาส สว.สอบสวน สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าพบศพผู้เสียชีวิต ภายในห้องเช่า เลขที่ 43/20 ม.6 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถว ชั้นเดียว ปลูกเป็นแนวยาว ภายในห้องเช่าดังกล่าว พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ น.ส.นิภา ตาดไธสง อายุ 36 ปี ชาว จ.นครราชสีมา เป็นพนักงานโรงงาน อยู่ในสภาพนอนหงายหน้าบนพื้นห้อง ที่บริเวณใบหน้ามีรอยเขียวช้ำจำนวนมาก คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ใกล้กันพบไม้หน้าสาม จำนวน 1 อัน โดยมี นายสมหมาย เฮนพิมาย อายุ 41 ปี ชาว จ.นครราชสีมา เป็นช่างทำสีรถยนต์ สามีผู้เสียชีวืต ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้ไม้หน้าสามตีผู้ตายเสียชีวิต

จากการสอบสวน นายสมหมาย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตได้กลับมาห้องด้วยสภาพมึนเมาสุราอย่างหนัก จนกระทั่งเราทั้ง 2 คน เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ภรรยาตนเองได้ทำลายข้าวของภายในห้อง รวมถึงทุบตีตนเอง ส่งผลให้ตนเองเกิดความโมโห ใช้ไม้หน้าสามกระหน่ำตีไปที่แผนหลัง ก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้านอน ต่อมาในช่วงเช้าภรรยายังตื่นขึ้นมาบ่นตนเองอยู่เลย ตนเองก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร จึงไม่ได้สนใจ ต่อมาได้เข้าไปปลุก ก่อนจะทราบว่าเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่ สภ.บ่อวิน หลังจากนั้นจะแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.