งานเข้า สั่งสอบ 2 สายตรวจ ทำไมแค่เตือน ร.ต.ท.ก๊งเหล้าเย้ยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

งานเข้า สั่งสอบ 2 สายตรวจ ทำไมแค่เตือน ร.ต.ท.ก๊งเหล้าเย้ยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 สืบเนื่องจากการที่เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.Plus+ ได้นำเสนอคลิปภาพการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสายตรวจ ในการเข้าตรวจสอบกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์จับกลุ่มนั่งดื่มสุราในช่วงเวลาประมาณ 01.20 น. ซึ่งถือเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อห้ามตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนชาวบ้านแจ้งให้มาระงับเหตุ พร้อมข้อความประกอบว่า ตามนี้ละกัน อาชีพเดียวกันแต่ดันไม่รู้จักให้เกียรติอาชีพตัวเอง อยู่กับนายแทนที่จะทำตัวให้คนอื่นเค้า เคารพนายตัวเองให้กียรติตัวเอง กลับมาทำให้เสื่อมเสีย ตำรวจที่ดีๆต้องมาโดนด่าเพราะมีตำรวจแบบน้องนี่แหละ อยู่สำนักงานนายคนไหนเหรอ นายเห็นพฤติกรรมแบบนี้จะว่ายังไง เสียชื่อหมด เอือมระอากับเด็กนาย
ต่อมา พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น. กล่าวว่า ระบุว่าจากเหตุกรณีดังกล่าว ทางด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. สั่งการด่วนให้ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว เพราะถ้าบุคคลในคลิปที่มีการเผยแพร่ในโลกโซเชียล กระทำความผิดจริง บุคคลนั้นก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายในลักษณะเดียวกับประชาชนทั่วไป
ล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผบก.น.7) ดำเนินการตรวจสอบว่า บุคคลที่ปรากฎในคลิป เป็นใคร โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า ขณะเกิดเหตุ มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย สังกัดสำนักงานจเรตำรวจ และสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ



และประชาชน 1 คน ทั้งนี้ได้กำชับให้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานว่า ทั้ง 3 คน มีการกระทำความผิดที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกนอกเคหะสถานในเวลากลางคืน ช่วงเวลาเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. หรือไม่ หรือมีพฤติการณ์ในการมั่วสุมซึ่งอาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบมีการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดี

และประชาชน 1 คน ทั้งนี้ได้กำชับให้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานว่า ทั้ง 3 คน มีการกระทำความผิดที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกนอกเคหะสถานในเวลากลางคืน ช่วงเวลาเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. หรือไม่ หรือมีพฤติการณ์ในการมั่วสุมซึ่งอาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบมีการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดี



ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.บางพลัด นั้น ต้องมีการตรวจสอบด้วยว่า ได้กระทำการในลักษณะการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะดำเนินการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนรายละเอียดของเหตุการณ์เป็นเนื้อหาในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon