หนุ่มเทลเลอร์โป๊ะแตกแล้ว ยอมรับกดเงินคนป่วยไปจริง

หนุ่มเทลเลอร์โป๊ะแตกแล้ว ยอมรับกดเงินคนป่วยไปจริง

จากกรณีที่นายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส ผู้ป่วยโรคไต ไหว้วานให้นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ไปตรวจดูเงินในตู้เอทีเอ็มว่าเข้ามา 5000 บาทหรือไม่ โดยให้บัตรเอทีเอ็มไป 2 ใบ พร้อมรหัสบัตร ก่อนกลับมา นายณรงค์ศักดิ์ ว่า ในบัญชีธนาคารออมสินมีเงินเพียง 2046 บาท อีกบัตรไม่มีเงิน จากนั้นก็นำไปคืน ปรากฏว่า นายณรงค์ กลับไม่พอใจ อ้างว่าต้องมีเงินเข้า 5000 บาท ตนก็ยืนยันว่าเงินในบัญชีมีเพียงเท่านี้ และตนก็ไม่ได้กดเอาเงินออกไปแต่อย่างใด หลังจากนั้นก็เดินทางไปทำงานต่างจังหวัดตามปกติ จนมาทราบว่าถูกแจ้งความกล่าวหาว่าลักทรัพย์ เบื้องต้นประสานกับ ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง เพื่อให้ข้อมูลในวันนี้แล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่า พบว่ามีการกดเงินออกไปจริงทำให้ตนกลายผู้ต้องสงสัย หากต้องการลดปัญหาก็ควรจะคืนเงินให้คู่กรณีเพื่อถอนแจ้งความยุติคดีก่อน ทั้งนี้ตนต้องทำงานไม่อยากมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลจึงตัดสินใจเลือกจ่ายเงิน 3000 บาทให้ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ไม่ได้เอาเงินไปแต่อย่างใด อีกทั้งครอบครัวก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน โดยส่วนตัวยังอยากให้หน่วยงานไหนก็ได้ ช่วยสืบสวนหาข้อมูลที่แท้จริง ว่าเงินหายไปตามที่เขากล่าวอ้างได้อย่างไร

ด้านน.ส.บี (นามสมมุติ) ภรรยาของ นายเอ กล่าวว่าสามีเป็นคนใจบุญชอบช่วยเหลือคน หลังทราบเรื่องรู้สึกไม่สบายใจอยากจะสู้คดีแต่ก็เสียเปรียบ เพราะเราได้ถือบัตรเขาไปจริงๆ หลังจากนี้คงจะเป็นบทเรียน ไม่กล้าถือบัตรเอทีเอ็มของใครอีกแล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. พ.ต.อ ภควัตร ธรรมดี ผกก.สภ.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้สอบปากคำนายสมปอง สิมาเลาเต่า อายุ 34 ปี อาชีพขับรถเทลเลอร์ส่งสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ผู้ต้องสงสัย ซึ่งได้ให้การยอมรับ ได้กดเงินจากบัตรเอทีเอ็มของนายณรงค์ศักดิ์ ไปจำนวน 3000 บาทจริง โดยอ้างว่าได้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยแต่ไม่มีเงินเข้า เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา ลักทรัพย์ โดยใช้บัตรอิเลคทรอนิคของผู้อื่น นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป










แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon