อุตตม แจงแล้ว เผยเงิน 5000 ที่กู้เอามาแจก ใช้หนี้ 10 ปี

อุตตม แจงแล้ว เผยเงิน 5000 ที่กู้เอามาแจก ใช้หนี้ 10 ปี

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า คลังเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น เราไม่ทิ้งกัน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แบบไร้ใบตราสาร Scriplessโดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบ และแก้ไขปัญหา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์การ ตามแผนงานโครงการของรัฐบาล ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินวงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท
โดยจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 14 พ.ค. 2563 เวลา 8.30 น. วงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได รุ่นอายุ 5 ปี เฉลี่ย 2.40% และรุ่นอายุ 10 ปี เฉลี่ย 3.00% ต่อปี โดยคาดว่าจะขายหมดก่อนวันที่ 14 พ.ค. และกระทรวงการคลังพร้อมที่จะเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ เราไม่ทิ้งกัน รุ่น 2 ในช่วงที่เวลาที่เหมาะสม

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น เราไม่ทิ้งกัน จะจำหน่ายขั้นต่ำหน่วยละ 1,000 บาท แบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยสัปดาห์ที่ 1 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แบบจำกัดวงเงิน 2 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร สัปดาห์ที่ 2 จำหน่ายให้ประชาชนรายย่อย และสัปดาห์ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.เป็นต้นไป เปิดให้ประชาชนทั่วไปและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไรเข้าซื้อได้แบบไม่จำกัดวงเงิน
โดยซื้อผ่าน BOND DIRECT Application และช่องทางของธนาคารตัวแทนจำหน่าย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ สรุปเงื่อนไขการจำหน่ายได้ ดังนี้
 
สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น เราไม่ทิ้งกัน วงเงินจำหน่าย วงเงินไม่เกิน50,000 ล้านบาท สามารถออกเพิ่มเติมได้วงเงินตาม พ.ร.ก. กู้เงิน ไม่เกิน 200,000 ล้านบาท รุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี มีอัตราดอกเบี้ย รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ปีที่ 1 ที่ 2.00% ต่อปี ปีที่ 2-3 ที่ 2.25% ต่อปี ปีที่ 4 ที่ 2.50% ต่อปี ปีที่ 5 ที่ 3.00% ต่อปี รวมอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.40%ต่อปี
ส่วนรุ่นอายุ 10ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ปีที่ 1 3 อัตราดอกเบี้ย ที่ 2.50% ต่อปี ปีที่ 4 8 ที่ 3.00% ต่อปี ปีที่ 9 ที่ 3.50% ต่อปี และปีที่ 10 ที่ 4.00% ต่อปี รวมอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.00% ต่อปี โดยทั้ง 2 รุ่นมีระยะเวลาการจำหน่าย 14 พ.ค.-10 มิ.ย. 2563
สำหรับวันที่จำหน่าย ผู้มีสิทธิ์ซื้อ และวงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูง แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 วันที่ 14-20 พ.ค. 2563 ขายบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ ในประเทศไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ขายหน่วยละ 1,000 บาท ซื้อขั้นต่ำได้ 1 หน่วย แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย รวมทุกรุ่น ต่อธนาคาร , ช่วงที่ 2 วันที่ 21-27 พ.ค.ขายให้บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ ในประเทศไทย และ ช่วงที่ 3 วันที่ 28 พ.ค.-10 มิ.ย. 2563 ขายให้บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร ได้แก่ สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่น
 
การจ่ายดอกเบี้ย จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 งวด ได้แก่ วันที่ 14 พ.ย. และวันที่ 14 พ.ค. ของทุกปีวันครบอายุไถ่ถอน 14 พ.ค. 2568 และ 14 พ.ค. 2573 ช่องทางการจำหน่ายผ่าน BOND DIRECT Application: ชำระเงินผ่าน Mobile Application และ เคาน์เตอร์ ธ.กรุงไทย ATM/Counter/Internet Banking/Mobile Application ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย และไทยพาณิชย์
นางแพตริเซีย กล่าวว่า คาดว่าจะขายได้หมด 50,000 ล้านบาทก่อนวันที่ 10 มิ.ย. 2563 โดยเฉพาะกลุ่มสูงอายุที่อาจจะซื้อไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของวงเงิน เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงตั้งแต่จาก 2558 ที่ขายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่น สุขกันเถอะเรา โดยเงินกู้ส่วนนี้จะนำไปใช้ในการแจกเงินตามมาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกันในเดือนมิ.ย. และแจกเงินให้เกษตรกรขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงิน เมื่อรวมก่อนหน้านี้ ที่คลังได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินกู้จากธนาคารไปแล้ว 2 ครั้ง รอบแรก 70,000 ล้านบาท และ รอบที่ 2 อีก 50,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับการออกพันธบัตรทำให้คลังกู้จาก พ.ร.ก.ไปแล้ว 1.7 แสนล้านบาท








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon