หลวงพ่อดี ยอมออกกรรมฐานแล้ว หลังขังตัวเองในกรงเหล็ก 65 วัน บอกมีเรื่องเร่งด่วนต้องทำก่อน

หลวงพ่อดี ยอมออกกรรมฐานแล้ว หลังขังตัวเองในกรงเหล็ก 65 วัน บอกมีเรื่องเร่งด่วนต้องทำก่อน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ทีมข่าว ได้รับรายงานว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ พระสุวัฒน์ สุวัฑฒโน หรือ หลวงพ่อดี อายุ 63 ปี เจ้าสำนักสงฆ์วัดป่าพุทธอุทยาน ต.ห้วยใหญ่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ นั่งสมาธิกรรมฐานอดอาหาร น้ำ ปิดวาจา อยู่ในกรงเหล็ก ภายในเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ภายในสำนักสงฆ์ มาเป็นเวลาถึง 39 วันแล้ว โดยพระธรรมจักร สีรวังโร ผู้ดูแลหลวงพ่อดี กล่าวว่า หลวงพ่อนั่งปฏิบัติธรรมขั้นสูง โดยการไม่พูด ปิดวาจา ไม่ฉันภัตตาหาร ไม่รับน้ำปานะ ดื่มเพียงน้ำปัสสาวะนะ หรือน้ำมูดเน่า ไม่สรงน้ำ ไม่เข้าห้องน้ำ โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ประการคือ 1.เพื่อรักษาขจัดโรคภัยโดยเฉพาะ cd 19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ 2.ขอให้มีการบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย 3.หากรัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้ขอให้คืนอำนาจให้กับพระมหากษัตริย์ และ 4.ขอให้มีการสร้างสันติภาพ สู่สันติสุข

ซึ่งหากไม่มีการตอบรับหรือพิจารณาดำเนินการใดๆ หลวงพ่อดีจะนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ รวมทั้งได้แจ้งแก่คณะศิษย์แล้วว่า หากมรณภาพขอให้เก็บศพไว้ภายในเจดีย์แห่งนี้ เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนต่อไป จนถึงทุกวันนี้ รวมระยะเวลา 65 วัน ได้ยอมออกจากการนั่งกรรมฐานแล้ว

ด้าน ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ แก้วอินทร์ ประธานชมรมพิทักษ์พุทธศาสนา กล่าวว่า ตนเองได้ปรึกษา หลายฝ่าย และเห็นว่า การอยู่กรรมฐานแบบนี้ จะเกิดประโยชน์น้อย ถ้านิมนต์พระสุวัฒน์ ออกจากกรรมฐาน แล้วออกมาขับเคลื่อน ในเรื่องของพระพุทธศาสนา การปกป้อง ในเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เรื่องการทำพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ จะมีประโยชน์มากกว่า ก็เลยตัดสินใจนิมนต์ หลวงพ่อ ด้วยเหตุผล นี้

ขณะเดียวกัน พระสุวัฒน์  สุวฒฺธนโน ก็ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า ตอนนี้ประชาชนกำลังอดอยากข้าวยากหมากแพง เราต้องเร่งให้ชาวพุทธเข้าใจเรื่องของหลักศาสนาพุทธที่แท้จริง อันเป็นแก่นธรรม ที่พระพุทธเจ้าประทานให้ เราต้องสร้างผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ สร้างแหล่งน้ำให้ดี มีที่ทำกินสำหรับประชาชน ความอดอยากมันจางคลายไป ประชาชนก็จะหันมาปฏิบัติธรรม รักษาศีล ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว เราต้องแก้ไขวิกฤติตรงนี้ให้ได้ก่อน คือทำเป็นอู่ข้าว อู่น้ำ ให้ประชาชนลืมตาอ้าปาก พอร่างกายแข็งแรงเขาก็จะหันมาปฏิบัติธรรม เราต้องสร้างผู้นำขึ้นมา เราต้องทำก่อน โดยพื้นฐานเราต้องเสียสละก่อนต้องซื่อสัตย์ ต้องมีเมตตา ต้องจาคะ ต่อไปนี้เราไม่ต้องกลัวโรคภัยไข้เจ็บ พระพุทธเจ้าประทานพรมาแล้ว ธรรมมะรักษา ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon