หนุ่มทิ้งเงินเดือน 8 หมื่น ในกทม.มาเลี้ยงหนูนาขาย รายได้เดือนละ 3 แสน

หนุ่มทิ้งเงินเดือน 8 หมื่น ในกทม.มาเลี้ยงหนูนาขาย รายได้เดือนละ 3 แสน

วันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ฟาร์มหนูพุกใหญ่น้องเตชินท์ บ้านแก้ง ตำบลแก้ง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงหนูพุก หรือหนูนา ของนายวีระยุทธ ศรีคำ อายุเพียงแค่ 27 ปี ซึ่งฟาร์มนี้เป็นลูกฟาร์มของนายไพ เนียมกลิ่ม อายุ 39 ปี ซึ่งนายไพ ปัจจุบันเป็นเจ้าของฟาร์มและแม่ข่ายฟาร์มหนูพุกใหญ่ ที่มีลูกฟาร์มทั่วประเทศ มากกว่า 50 ฟาร์ม นายไพ เนียม กลิ่น ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มหนูพุกใหญ่ชัยภูมิฟาร์ม กล่าวว่าก่อนหน้านี้ตนและภรรยา ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ มากว่า 20 ปี โดยมีเงินเดือนประจำล่าสุดก่อนที่จะลาออก อยู่ที่เดือนละ 80,000 บาท ซึ่งก็มีชีวิตที่ดีเลี้ยงครอบครัวได้ แต่พอไปถึงจุดหนึ่งรู้สึกว่าเราต้องการชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ อยู่ตามทุ่งนา ตามเป็นเจ้านายตัวเอง ประกอบกับทางบริษัทโครงการปรับปรุงโครงการบริษัท จึงเป็นโอกาสให้เราได้ตัดสินใจสมัครใจลาออกมา



นายไพ กล่าวต่อว่าช่วงแรกที่ลาออก ก็ได้ใช้เงินจำนวนหนึ่งที่ได้จากบริษัท มาลงทุนเลี้ยงปูนา เป็นอาชีพหลัก และเลี้ยงหนูพุกใหญ่ เป็นอาชีพรอง แต่มีเจออุปสรรคในการขนส่งปูนา จึงทำให้ขาดทุน แต่สำหรับการเลี้ยงกนูพุกใหญ่ กลับได้กำไร ตนจึงได้ตัดสินใจหันมาเลี้ยงหนูพุกใหญ่อย่างเต็มตัว ช่วงแรกทางบ้านก็ตำหนิ และดูถูกว่าเราเป็นคนบ้า เพราะมาเลี้ยงหนู ซึ่งเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยมีคนนิยมรับประทาน อีกทั้งชาวบ้านก็สามารถจับหนูนาได้ตามทุ่งนาอยู่แล้ว มันจะสามารถขายได้อย่างไร ซึ่งทางบ้านก็ไม่สนับสนุน แต่ตนกลับมองอีกมุมว่า การเลี้ยงหนูพุกใหญ่ น่าจะได้รับความสนใจจากคนที่มีเงิน เช่นเจ้าของธุรกิจ ก็ยังตัดสินใจที่จะเลี้ยงต่อ จนเมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 5 เดือน ตนก็เริ่มขายหนูได้ ในหลักพันต่อวัน ต่อมาก็หลักหมื่นต่อวัน จนปัจจุบันตนสามารถขายหนูได้เดือนละ 200,000 – 300,000 บาท ต่อเดือน

ซึ่งขายหนูเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ คู่ละ 800 บาท ซึ่งปัจจุบันมียอดจองหนูจากเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม มากกว่า 3,000 ตัว ตัวละ 400 บาท ขณะที่นายวีระยุทธ ศรีคำ อายุ 27 ปี เจ้าของฟาร์มหนูพุกใหญ่น้องเตชินท์ กล่าวว่าตนก็พึ่งเริ่มขันมาเลี้ยงหนูพุกใหญ่ เมื่อประมาณ 5 เดือนที่แล้ว ซึ่งก็ลาออกจากงานประจำที่ได้เงินเดือน 12,000 บาท โดยใช้เงินลงทุนโรงเรือนและซื้อพ่อแม่พันธุ์ มาเลี้ยง ซึ่งเลี้ยงได้สัก 3 เดือน ตนก็ได้เงินทุนค่าพ่อแม่พันธุ์ประมาณ 30,000 บาทแล้ว และก็ได้เพิ่มบ่อเลี้ยงเป็น 43 บ่อ ซึ่งหนูที่มีอยู่ประมาณ 200 ตัว ก็ถูกจองไว้หมดแล้ว และหนูไม่พอขาย จึงจำเป็นต้องขยายบ่อเลี้ยงให้มากขึ้น



สำหรับการเลี้ยงหนู ตอนแรกตนก็ไม่มั่นใจว่าจะขายได้ตลอด แต่พอเลี้ยงและมีนายไพ ซึ่งเป็นแม่ฟาร์มได้ช่วยหาตลาด และช่วยแนะนำวิธีการเลี้ยง จนสามารถขายได้ตลอด จนหนูไม่เพียงพอ ก็ถือว่าเป็นธุรกิจใหม่ สำหรับกลุ่มคนที่ไม่อยากจะเป็นลูกจ้างประจำ หันมาเป็นเจ้าของฟาร์มเองได้



เรียบเรียงโดย สยามนิวส์








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon