หัวอกแม่ วอนตำรวจเห็นใจ จากลูกชายคนดี กลายเป็นคนป่วยจิตขโมยรถ

หัวอกแม่ วอนตำรวจเห็นใจ จากลูกชายคนดี กลายเป็นคนป่วยจิตขโมยรถ

วันที่ 5 พฤษภาคม 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี 3 ผู้ต้องขังหลบหนีออกจากห้องขังสภ.ศรีธาตุ เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 3 พ.ค.63 ที่ผ่านมา จากนั้นขโมยรถตราโล่ของร้อยเวร 30 ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์ 1ฒอ 2998 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถร้อยเวรคดีอาญาและจราจรขับหลบหนีจาก อ.ศรีธาตุไปจนมุมที่อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระยะทางไกลเกือบ 400 กม.และเจ้าหน้าที่ตร.สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายคือนายศรนรินทร์ ทิพนัส อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 3 ต.บ้านโปร่ง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และนายนิคม สว่างตา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 4 ต.ตาดทอง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี


ส่วนนายอนุสรณ์ หรือ เท เสริฐสาย อายุ 28 ปี 230 หมู่ 2 ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานีได้ถูกเจ้าหน้าที่ตร.จับกุมได้แล้วนั้นขณะหลบอยู่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้านบ้านกุดอีเฒ่า ต.หนองนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อดรธานี และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งรพ.จิตเวชเรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบทราบว่าทั้งหมดมีอาการป่วยจิตเสพยาบ้ามากจนทำให้ประสาทหลอน
 
ล่าสุด วันนี้ (5 พ.ค.63) พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ได้เดินทางมาที่สภ.ศรีธาตุ เพื่อสอบสวน 2 ผู้ต้องหาคือนายศรนรินทร์ ทิพนัส อายุ 26 ปี และนายนิคม สว่างตา อายุ 24 ปี ที่ขโมยรถตราโล่ตร.ขับหนีไปไกลถึงจ.อุบลราชธานี โดยมี พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.ศรีธาตุ พ.ต.ท.มนตรี แก้วปัญญา รอง ผกก.สอบสวน สภ.ศรีธาตุ เข้าร่วมรับฟังด้วย

โดยคนแรกตร.ได้คุมตัวนายศรีนรินทร์ ขึ้นมา สอบสวนก่อนโดยแยกสอบทีละคน ทั้งนี้ พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์ รองผู้การจ.อุดรธานี กล่าวสั้นๆ ว่าได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี เดินทางมาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น อาจจะมีการตั้งกรรมการสอบวินัยตร.สภ.ศรีธาตุด้วย ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนตร.ติดตามมาได้หมดแล้ว 2 คนแรกที่ขับรถหนีไปถึงจ.อุบลราชธานีคือนายศรนรินทร์ ทิพนัส อายุ 26 ปี และนายนิคม สว่างตา ตร.ได้แจ้ง 2 ข้อหาคือทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย และลักทรัพย์สินทางราชการ ส่วนนายอนุสรณ์ ไม่มีความผิด เราได้ส่งตัวไปรักษาที่รพ.จิตเวช จ.ขอนแก่นต่อไป
 
ขณะที่นางอุดมศิลป์ โอลาราช อายุ 44 ปีแม่ของนายศรนรินทร์ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับเต๋า เป็นลูกชายเป็นคนโตแต่ก่อนทำงานรับเหมาต่อเติมบ้านอยู่กันภรรยาชาวจ.สุราษฏร์ธานี แต่เมื่อ 7-8 เดือนที่แล้วเลิกกับภรรยาก็กลับมาอยู่บ้านกับแม่ จากนั้นก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ประกอบกับช่วงหลังประมาณ 2 เดือนได้หันไปคบเพื่อนยอมรับตรงๆ ว่าเพื่อนพาไปในสิ่งไม่ดีเสพยาบ้า ทำให้ประสาทหลอน บางครั้งพูดอยู่คนเดียว โวยวายคนเดียว ยิ้มอยู่คนเดียว เผาสิ่งของตัวเอง แต่ไม่เคยทำร้ายพ่อกับแม่ แต่ก่อนเอาตัวมารักษาตัวที่รพ.ศรีธาตุ แต่ลูกชายก็กินยารักษา วันก่อนเกิดเหตุตนเองได้มาหาเจ้าหน้าที่ตร. บอกว่า ฝากลูกชายไว้หน่อย อยากจะพาไปรักษาอาการป่วยที่จิตเวชขอนแก่นยังไม่เป็นมากเผื่อจะหาย แต่วันจันทร์ตร.โทรไปบอกว่า ลูกชายแหกคุกเอารถตร.ไปด้วย วันเกิดเหตุลูกชายขับรถจยย.มาหาตร.เองไม่รู้เพราะอะไร ความรู้สึกของแม่ ลูกป่วยเป็นแบบนี้ก็พอแรงแล้วแต่มาก่อเหตุแบบนี้เสียใจมาก โดยนางอุดมศิลป์พูดไปร้องไห้ไป น้ำตาถึงอาบแก้ม

และบอกอีกว่าหลังจากเลิกกับภรรยาลูกชายก็ป่วยซึมเศร้าและเป็นทาสยาบ้าจากเพื่อน จากแต่ก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ ความรักของแม่มีเท่าฟ้าอยากไปแทนลูกในห้องขังเลย ส่วนที่ตร.แจ้งข้อหาลูกชาย อยากให้ตร.เข้าใจว่าลูกชายเป็นแบบนี้เพราะมีเรื่องมีราวมาก่อน อยากให้ตร.เข้าใจอย่าแจ้งข้อหาหนักเลย เขาไม่เคยเป็นแบบนี้หรือก่อคดีเลย แต่ก่อนลูกชายเป็นผู้รับเหมาทำต่อเติมบ้านส่งเงินมาให้แม่ใช้ทุกเดือนและสร้างบ้านด้วยทุกเดือน แต่พอมาเกิดเรื่องแบบนี้เสียใจมากอยากให้ตร.เห็นใจหัวอกแม่ด้วยเพราะลูกชายป่วย วันนี้ตนเองซื้อข้าวเหนียวกับไก่ย่างมาฝากตั้งใจให้ลูกชายกิน เมื่อเช้านี้ได้ยินเสียงลูกชายเรียก ยายแดง เท่านี้ก็ดีใจมากแล้ว
ส่วนที่ห้องขังผู้ต้องขังสภ.ศรีธาตุ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนนายศรนรินทร์และนายนิคมเสร็จได้นำตัวมายังห้องขัง โดยมีญาติๆ ซื้อกับข้าวมาฝาก ขณะที่นายศรนรินทร์ไม่สะทกสะท้านร้องเพลง อ้ายมีเหตุผล เสียงเพราะลั่นโรงพักเลยทีเดียว ส่วนนายอนุสรณ์ เจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นรถตราโล่นำส่งรพ.จิตเวชที่ขอนแก่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เรียบเรียงโดย นาริศา ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดอุดรธานี








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon