บุตรสาวคนโต ป้าทองสา เผยความจริงอีกด้าน

บุตรสาวคนโต ป้าทองสา เผยความจริงอีกด้าน

วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 ทีมข่าว รายงานว่า จากกรณีที่นางทองสา ดาหา อายุ 64 ปี ชาวบ้านจาก จังหวัดกำแพงเพชร เดินทางไปที่กระทรวงการคลัง ร้องเรียนไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5000 บาท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยป้าทองสาร่ำไห้วิงวอนให้นายกฯช่วยเหลือเงินช่วยเหลือ 5000 บาทเพราะทุกวันนี้ไม่มีเงินจะกินแล้ว ท้าพิสูจน์บ้านเช่าที่ย่านสะพานพระราม 7 บอกไม่มีเงินซื้อข้าวกินแล้ว



ล่าสุด ที่ว่าการอำเภอทรายทองทองวัฒนา ตำบลทรายทอง อำเภอทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของป้าทองสา ดาหา อายุ 64 ปี โดยมีนายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร นางสุภาภรณ์ จุลละสุภา คลังจังหวัดกำแพงเพชร หน่วยงาน พมจ.กำแพงเพชร และหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้มีการประชุมหารือแนวทางช่วยเหลือ นางทองสา ดาหา อายุ 64 ปี จากกรณีร่ำไห้ที่หน้ากระทรวงการคลัง ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5 พันบาท

ส่วนกรณีที่ป้าทองสา เป็นหนี้กับ ธ ก ส นั้น จากการตรวจพบว่าเป็นเพียงลูกค้าที่เปิดบัญชีกับธนาคารเท่านั้น ไม่มีหนี้สินกับธนาคาร ธ ก ส แต่อย่างใด ส่วนบ้านที่ จ.กำแพงเพชร นั้น เป็นบ้านที่ลูกสาวคนโตได้สร้างไว้ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว กว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 16 เมตร หลังคามุงกระเบื้อง ซึ่งห่างจากบ้านญาติประมาณ 10 เมตร ติดต่อกัน และส่วน นางทองสา ดาหา ช่วงเทศกาลจะกลับมาเพียงปีละ 1 ครั้ง ส่วนใหญ่ทำงานที่ กทม ไม่ค่อยได้กลับ ทราบเพียงว่านางทองสา ดาหา ทำอาชีพรับจ้างทั่วไปและเลี้ยงหลานอยู่บ้าน ส่วนสามีขายลูกชิ้นที่ กทม



จากการตรวจสอบของ นางสุภาภรณ์ จุลละสุภา คลังจังหวัดกำแพงเพชร พบว่า นางทองสา ดาหา ได้ลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือ 5 พันบาทจริง แต่ได้มีการกดยกเลิกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือ และอาจไม่ทราบข้อมูลมาก่อนว่ามีการทวนสิทธิ์การช่วยเหลือรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ทางคลังจังหวัดกำแพงเพชร นายอำเภอทรายทองวัฒนา และผู้ใหญ่บ้าน ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนางทองสา ดาหา เพื่อสอบถามข้อมูลและอธิบายขั้นตอนการรับเงินช่วยเหลือ พร้อมได้ทำการช่วยเหลือยืนยันในการขอทบทวนสิทธิ์ให้กับนางทองสา ดาหา อีกครั้งเป็นที่เรียบร้อย

จากนั้นได้เดินทางไปที่บ้านของนางทองสา ดาหา ที่หมู่ 13 บ้านหนองนกชุม เพื่อพูดคุยกับญาติพี่น้องเพื่อทำความเข้าใจในการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยได้พบกับน้องสาวและมารดาของนางทองสา ดาหา ที่อาศัยอยู่บ้านใกล้เคียงกัน เพื่อให้คลายความกังวลใจ ส่วนบ้านของนางทองสา ดาหา ที่บุตรสาวได้สร้างไว้ถูกปิด ไม่มีผู้อยู่อาศัย

นางกนกพร แก้วมะณี อายุ 52 ปี น้องสาวของนางทองสา ดาหา เล่าว่าเห็นข่าวก็ตกใจมากที่พี่สาวของตนเองออกไปร้องเรียนขอรับสิทธิ์ช่วยเหลือในครั้งนี้ ยังโทร คุยกันอยู่ว่าทำไมไม่ไปแบบธรรมดา ซึ่งนางกนกพร ผู้เป็นน้องสาว ได้กล่าวขอโทษเจ้าหน้าที่ที่พี่สาวของตนเองพูดจาไม่ดี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่เดือดร้อนกันใหญ่



อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทราบว่า ป้าทองสา ขายลูกชิ้นกับสามีอยู่ที่ย่านถนนอัมรินทร์ 36 ซอยสุวานินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ มีรายได้การขายลูกชิ้นวันละ 400 บาท ป้าทองสา มีบุตร 4 คน บุตรคนแรกและคนที่ 3 ทำงานบริษัทเอกชน บุตรคนที่ 2 ตกงาน และบุตรคนที่ 4 เรียนปริญญาตรี โดยบุตรสาวคนโตสร้างบ้านไว้ในอำเภอทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร ปัจจุบันบ้านถูกปิดไว้ไม่มีใครอยู่ ซึ่งครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่กำแพงเพชร แต่นานๆครั้งจะกลับไปที่บ้านเกิด








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon