ซีเอ็นเอ็น เผยพบแนวโน้มพายุแรงขึ้นทุกปี

ซีเอ็นเอ็น เผยพบแนวโน้มพายุแรงขึ้นทุกปี

วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 มีรายงานว่า ซีเอ็นเอ็นว่า นักวิทยาศาสตร์พบแนวโน้มพายุทั่วโลกมีกำลังแรงขึ้นต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุเกี่ยวโยงกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือโลกร้อน ที่มาจากทั้งวงจรธรรมชาติ และฝีมือของคน



การศึกษาดังกล่าวเป็นผลงานของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐวิสคอนซิน นครแมดิสัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และ องค์การมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ (NOAA) ร่วมสำรวจแนวโน้มของข้อมูลพายุจากดาวเทียมสำรวจที่เก็บมาต่อเนื่องนานกว่า 40 ปี
ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่มากขึ้นของการเกิดพายุที่ความรุนแรงมากกว่าระดับ 3 ขึ้นไป (ความเร็วลมมากกว่า 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตามมาตราเฮอริเคนแซฟเฟอร์ ซิมป์สัน แบ่งเป็น 5 ระดับ โดยระดับ 5 เป็นระดับรุนแรงที่สุด

นายจิม คอสซิน หัวหน้าคณะนักวิจัย กล่าวว่า ความเป็นไปได้ข้างต้นเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 8 ทุกๆ 10 ปี กล่าวคือ พายุที่เกิดขึ้นทั่วโลกในทศวรรษนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นพายุความรุนแรงมากกว่าระดับ 3 ถึงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับพายุในทศวรรษที่ผ่านมา
การศึกษาที่เกิดขึ้นเป็นการสำรวจต่อเนื่องมาจากงานวิจัยก่อนหน้าที่พบข้อบ่งชี้ ว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นของน้ำทะเลนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พายุมีกำลังแรงขึ้น โดยปัญหานี้กำลังเป็นที่ปวดเศียรเวียนเกล้าของนักวิทย์ เพราะส่วนหนึ่งมาจากโลกร้อน ซึ่งเป็นฝีมือของคน
นายคอสซิน ระบุว่า การสูญเสียชีวิตจากวาตภัยส่วนใหญ่มาจากพายุความรุนแรงระดับ 3 ถึง 5 ดังนั้นการที่พายุมีความรุนแรงมากขึ้นก็จะส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นด้วย
การศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับการสถานการณ์ปัจจุบันอย่างพายุ อำพัน ซูเปอร์ ไซโคลน ความเร็วลมกว่า 270 ก.ม.ต่อชม. ทำสถิติความเร็วลมทะลุระดับสูงสุดมาตราเฮอริเคนแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน ที่อ่าวเบงกอล ตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย
ศูนย์เตือนภัยพายุไต้ฝุ่นร่วมของสหรัฐ ระบุว่า อำพัน เป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่มีการบันทึกมาของอ่าวเบงกอล โดยพายุลูกนี้ล่าสุดกำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าถล่มประเทศศรีลังกา และอินเดีย ท่ามกลางการประกาศเตือนสถานการณ์วาตภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่
ขณะที่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในอ่าวเบงกอลขณะนี้ถือว่าสูงกว่าปกติ ถือว่ามีความสอดคล้องกับงานวิจัยข้างต้น แม้คณะวิจัยจะไม่พบแนวโน้มแบบเดียวกันในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ แต่สันนิษฐานว่า อาจเพราะข้อมูลไม่เพียงพอ
ชี้ชัดโลกร้อนโยงพายุโซนร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง
นายไรอัน มาวอี นักอุตุนิยมวิทยาเอกชน มองว่า การวิจัยแนวโน้มความรุนแรงของพายุทั่วโลกมักประสบกับอุปสรรคข้อมูลไม่เพียงพอ เพราะต้องใช้ข้อมูลเปรียบเทียบย้อนไปหลายสิบปี ขณะที่สมมติฐานที่ว่าอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้พายุรุนแรงขึ้นนั้นมีมานานแล้ว
นายมาวอี ระบุว่า งานวิจัยใหม่ที่ออกมานี้มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับสมมติฐานข้างต้นในด้านความรุนแรงของพายุที่เพิ่มขึ้น (ไม่เกี่ยวกับความถี่การเกิดพายุ) โดยสาเหตุน่าจะมาจากทั้งวงจรของธรรมชาติ และฝีมือมนุษย์
ทั้งนี้ ผลการศึกษาข้างต้นจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับโมเดลจำลองทางอุตุนิยมวิทยา และโลกร้อน โดยสรุปว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon