กมว. เล่นงานแล้ว สั่งพักใบอนุญาตฯแก๊งครู ส่งหนังสือเตือนครูให้กำลังใจ

กมว. เล่นงานแล้ว สั่งพักใบอนุญาตฯแก๊งครู ส่งหนังสือเตือนครูให้กำลังใจ

จากกรณีกลุ่มครู 5 คน และศิษย์เก่ารุ่นพี่ 2 คน ใน จ.มุกดาหาร ก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิง ชั้นม.2 อายุ 14 ปี และ ม.4 อีก 1 คน นานนับปี พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้ข่มขู่หากไม่ยอมจะให้ซ้ำชั้น ซึ่งยายรู้เรื่องพาหลานแจ้งความ ก่อนที่จะได้รับการประกันตัว และมีการไล่ออกจากราชการแล้วนั้น



ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ กมว. เปิดเผยภายหลังการประชุมกมว. ว่า ที่ประชุมหารือกรณีครูและผู้อำนวยการสถานศึกษา ทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยมีมติตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครู 6 ราย และผู้อำนวยการโรงเรียน 1 ราย แบ่งเป็น กรณีครู 5 ราย ในจังหวัดมุกดาหาร ทำอนาจารเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และม.4
ซึ่งจากข้อมูลเชื่อได้ว่าประพฤติที่ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ดังนั้น กมว.จึงมีมติตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทั้ง 5 ราย เป็นเวลา 60 วัน เพื่อดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ส่วนกรณีผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้บังคับบัญชาจะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ทราบว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดให้ความสำคัญ กรณีที่รับรู้แต่ไม่ดำเนินการแก้ไข ก็คงต้องมีส่วนรับผิดชอบ ส่วนจะรับผิดชอบระดับใดนั้นขึ้นอยู่กับสพท.
ขณะที่กรณีครูที่ออกมาให้กำลังผู้ที่ประพฤติผิดนั้น ไม่เข้าข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณ แต่ที่ประชุมมองว่าผู้ที่ประกอบวิชาชีพครูควรแสดงออกถึงกาลเทศะที่เหมาะสม และคำนึงถึงความเป็นครู เพราะฉะนั้นกมว.จะมีบันทึกขอให้ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นถึงครูรายดังกล่าว เพื่อขอให้เข้าใจว่าการแสดงความเห็นต่อสังคม ต้องคำนึงถึงความเป็นครู และกาลเทศะที่เหมาะสม
การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควร เพราะอภิปรายในแง่กฎหมาย และความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา กรณีผู้อำนวยการโรงเรียน จะขอให้เขตพื้นที่ฯ กำชับให้กำกับดูแลไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น เราไม่พูดเรื่องการรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ แต่มองว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสถานศึกษาหรือไม่” นายเอกชัย กล่าว
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนครูอีก 1 ราย เป็นกรณีที่ถูกกล่าวโทษว่า มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้นม.5 โดยพูดคุยเชิงชู้สาวผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นกรณีที่เกิดขึ้นใน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงด้วยการล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเด็ก เพื่อจับหน้าอก

ซึ่งทั้ง 2 กรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและพักใช้ใบอนุญาตฯ 60 วันเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้หากผลสอบพบว่ามีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา ก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯ และจะขึ้นแบล็กลิสต์ไม่ให้สามารถกลับมาเป็นครูได้อีก
ด้าน น.ส.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การสอบสวนเรื่องนี้ต้องสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยว่า รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ หากรับทราบแล้วไม่ดำเนินการ คงเป็นประเด็น ที่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนต่อไป หากไม่รับทราบ คงเป็นลักษณะการตักเตือนการทำหน้าที่ผู้บริหาร
ส่วนครูที่ออกมาแสดงความเห็น คุรุสภาจะมีหนังสือทำความเข้าใจ ถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังครูและผู้บริหารทั่วประเทศให้ระมัดระวัง ในการแสดงความคิดเห็นนึกถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับลูกศิษย์
โดยที่ประชุมเน้นถึงคำว่ากาลเทศะ เพราะไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาแสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียน การกำกับดูแลครู ถือเป็นภารกิจหนึ่งในจรรยาบรรณวิชาชีพ คุรุสภาคงต้องหารือกับหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อหามาตรการ ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนกวดขัน ดูแลครูและนักเรียนให้มากขึ้นกว่าสมัยก่อน เพราะบริบทสังคม และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ฉะนั้นบางเรื่องอาจมีความล่อแหลมมากกว่าเดิม ดังนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนในฐานะผู้บังคับบัญชา ควรจะต้องมีการบริหารจัดการที่ชัดเจนมากกว่าเดิม








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon