ธนาคารวิเคราะห์ เวียดนาม เศรษฐกิจ โตเร็วที่สุด



ธนาคาร DBS Bank วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจเวียดนามจะมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของสิงคโปร์ภายในปี 2029 เนื่องจาการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ เวียดนามได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ทำให้สหรัฐหันมานำเข้าสินค้าของเวียดนามแทนที่จีน ส่วนการลงทุนจากแหล่งต่างๆ ก็หลั่งไหลเข้าสู่เวียดนามเพื่อหาที่พักที่ปลอดภัย จากสมรภูมิการโจมตีระหว่างจีนกับสหรัฐ


จากการรายงานของ Bloomberg พบว่า สหรัฐนำเข้าสินค้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 40.2% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และทำให้เวียดนามแซงหน้าอังกฤษ มาอยู่ในอันดับที่ 7 ของประเทศที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐมากที่สุด (ขณะเดียวกันสหรัฐนำเข้าจากจีนลดลง 13.9%)


ปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค คือ ค่าแรงต่ำ โดยในเวลานี้ค่าแรงของเวียดนามมีมูลค่าเพียง 1 ใน 3 ของค่าแรงในจีน และเป็นตัวดึงดูดให้ภาคการผลิตย้ายฐานมายังเวียดนาม

ที่สำคัญก็คือ ในการจัดอันดับดัชนีทุนมนุษย์ หรือ Human Capital Index โดยธนาคารโลก พบว่าเวียดนามมีต้นทุนมนุษย์สูงที่สุดอันดับ 2 ของอาเซียน และยังมีประชากรคนหนุ่มสาวที่มีอายุเฉลี่ย 30 เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจ


ทั้งนี้ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ อินโดนีเซีย (มูลค่า 963,648 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามด้วยไทย (มูลค่า 409,824 ล้านเหรียญสหรัฐ) และฟิลิปปินส์ (มูลค่า 369,108 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากตัวเลขของ IMF เมื่อปี 2016 ขณะที่มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 4 สิงคโปร์อันดับที่ 5 เวียดนามอันดับที่ 6

หากพิจารณาที่ขนาดของ GDP จะเห็นว่าขนาดเศรษฐกิจของไทยกับเวียดนามห่างกันถึงครึ่งต่อครึ่ง (207,927 ล้านเหรียญสหรัฐ) แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เวียดนามจะแซงไทยภายในเวลา 20 ปี แม้ว่าเวียดนามจะรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้ในอัตราล่าสุด คือ 6.8% ต่อปี จากตัวเลขของธนาคารโลก ส่วน คาดว่าเวียดนามจะต้องโตประมาณ 6 – 6.5% ถึงจะแซงสิงคโปร์ได้ใน 10 ปี


อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟเชื่อว่าโอกาสที่เวียดนามจะแซงไทยในอีก 20 ปี เป็นไปได้ยาก เพราะตามหลักวัฏจักรทางเศรษฐกิจ ไม่มีประเทศไหนที่จะรักษาอัตราการเติบโตไว้ในระดับเดิมหรือสูงกว่าเดิมได้อย่างถาวร นอกจากนี้ เมื่อขนาดเศรษฐกิจใหญ่ขึ้น อัตราการขยายตัวจะยิ่งลดลง เนื่องจากฐานมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น สิงคโปร์ที่โตเฉลี่ย 2.58% ต่อปี

นอกจากนี้ เมื่อเศรษฐกิจเติบโต การพัฒนาประเทศขยายตัว เวียดนามจะไม่สามารถรักษาศักยภาพด้านการแข่งขันเรื่องค่าแรงต่ำได้อีก และจะถูกบีบให้พัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง หากทำไม่สำเร็จ จะต้องติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางเป็นระยะเวลานาน อันเป็นปัญหาที่ไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้

บทวิเคราะห์โดย World Economic Forum ระบุว่า เวียดนามมีช่องโหว่ตรงที่พึ่งพาการส่งออกถึง 99.2% ของ GDP ซึ่งเป็นอันตรายมากในช่วงที่การค้าเสรีกำลังถูกคุกคาม อีกทั้งเวียดนามยังพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศและการค้าอย่างสูง ในฐานะที่เป็นตลาดเกิดใหม่ เวียดนามอาจหมดความนิยมเอาง่ายๆ หากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมา ดังนั้นที่พึ่งของเวียดนามนอกเหนือจากนี้ คือชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัว และอาจเป็นพลังการบริโภคใหม่ของประเทศ


แต่ทั้งนี้ คนเวียดนามจะเป็นผู้บริโภคที่มีความชาตินิยมสูงและซื้อสินค้าในประเทศอย่างบ้าคลั่ง หรือมีอำนาจการซื้อมหาศาลเหมือนจีนหรือไม่นั้น ยังเป็นที่น่ากังขา









แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon