เปิดแชทลับ สาว 16 โดนล่วงเกิน เล่าคืนเกิดเหตุ หลังฝ่ายชายชิงลาโลก

เปิดแชทลับ สาว 16 โดนล่วงเกิน เล่าคืนเกิดเหตุ หลังฝ่ายชายชิงลาโลก

สืบเนื่องจากกรณีที่นายพสุธา (สงวนนามสกุล) วัย 35 ปี เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย เพราะโดนจับในคดีข่มขืนเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พร้อมกับทิ้งจดหมายเอาไว้ 5 หน้า และตั้งข้อสังเกตต่าง ๆ ขึ้นมาหลายอย่าง และบอกว่าการตายของตนครั้งนี้ ทำไปเพื่อพิสูจน์ว่า ตนไม่ได้ข่มขืนเด็กจริง ๆ

ล่าสุด บนโลกออนไลน์ ได้มีการเผยแชทลับของเด็กหญิงเอ โดยที่มีใจความว่า ตนยอมรับว่า ตนและนายพสุธานั้น รู้จักกันตั้งแต่ตนยังเล็ก ๆ ตนนับถือนายพสุธาเป็นอา
โดยวันเกิดเหตุ ตนทะเลาะกับพ่อแล้วมีปากเสียงกันรุนแรง ตนเลยออกจากบ้านมา และบอกเพื่อนว่า ทะเลาะกับพ่อ มารับได้ไหม เพื่อนบอกว่าไม่มีรถ ให้นายพสุธามาส่งสิ ตนจึงโทร. หานายพสุธา ให้นายพสุธาช่วยขับรถไปส่งที่บ้านเพื่อนหน่อย นายพสุธาตกลงที่จะไปส่ง ตอนนั้นเด็กหญิงเอ อยู่ที่ฝายแถวบ้าน แล้วมีรถของคนรู้จักผ่านมาพอดี เด็กหญิงเอเลยขอให้ไปส่งที่โรงเรียน เพื่อให้นายพสุธามารับไปส่งบ้านเพื่อน

เวลา 20.00 น. นายพสุธาก็มารับพอดี เด็กหญิงเอ ก็เล่าเหตุการณ์ที่ทะเลาะกับพ่อให้ฟัง นายพสุธาก็บอกว่า พ่อของเด็กก็แบบนี้ ไม่ได้เสพยาก็จะโมโหหงุดหงิดเป็นธรรมดา ซึ่งตอนนั้นเด็กหญิงเอ เริ่มจับพิรุธได้ว่า ทางที่จะไปบ้านเพื่อนมันเลยไปแล้ว แต่นายพสุธาก็บอกว่า จะพาเด็กหญิงเอไปหาแม่แทน

จากนั้นนายพสุธาขับรถพาไปวนดูโรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง แวะร้านสะดวกซื้อและซื้อสปายมากิน นายพสุธาพยายามชวนเด็กกิน แต่เด็กไม่กิน และนายพสุธาบอกว่า เดี๋ยววันนี้ไปนอนที่รีสอร์ทก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้มารับไปส่งหาแม่

ตอนนั้นเด็กหญิงเอก็ไม่คิดอะไร แต่ยอมรับว่าทางที่ใช้นั้นตนไม่ชินทาง จนเมื่อมาถึงรีสอร์ท นายพสุธาบอกว่า ขอนอนพักก่อน สัก 5 ทุ่มนายพสุธาจะกลับไปงานวันเกิดหลาน ซึ่งตอนแรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภรรยาของนายพสุธาโทร. มา และมีการเปิดกล้องกัน ส่วนเด็กหญิงเอก็นั่งดูทีวี

กระทั่งเวลา 22.40 น. นายพสุธาก็เริ่มเข้ามาลวนลาม เด็กหญิงเอพยายามดิ้นและร้อง แต่ไม่มีใครได้ยิน เด็กหญิงเอโดนต่อยท้อง 3 ครั้ง เอาหมอนกดหน้า เด็กหญิงเอดิ้นสุดตัวจนนายพสุธาเอาหมอนออก และบอกว่า อย่าร้องไม่งั้นจะเจ็บตัว ซึ่งนายพสุธาพยายามข่มขืนเด็ก แต่ไม่สำเร็จ กอปรกับภรรยาของนายพสุธาโทร. มา และเด็กหญิงเอพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายพสุธารับสาย เพื่อให้ปล่อยตัวเธอ สุดท้าย นายพสุธาก็หยุด

เมื่อเป็นดังนั้น นายพสุธาก็เลยถามเด็กว่า จะไปหาแม่คืนนี้หรือพรุ่งนี้เช้า เด็กกลัวมากเลยบอกว่าจะไปหาแม่คืนนี้เลย และไปรับที่วัดแห่งหนึ่ง จากนั้น คุณแม่และพ่อเลี้ยงก็มารับเธอไปประมาณตอนเที่ยงคืน

ในเวลานั้น เด็กเองก็กลัวจนตัวสั่น ทำได้แต่ยืนรอให้แม่คุยกับนายพสุธาให้เสร็จ พ่อเลี้ยงก็บอกว่าให้เลิกคุยได้แล้ว ซึ่งตอนนั้นนายพสุธาก็มีเล่นมุกว่า “มีคนโทร. มา ไม่รู้เบอร์ตำรวจหรือเปล่า
เมื่อมาถึงบ้านแม่ แม่ก็ทักไปบอกพ่อแท้ ๆ ว่าลูกอยู่กับแม่ ไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งพ่อแท้ ๆ ก็บอกอีกว่า ลูกหนีออกจากบ้าน คนตามหากันทั้งหมู่บ้านเลย ทางแม่เองเห็นเด็กหญิงเอมีพิรุธ ก็ถามว่าเป็นอะไรไหม แต่เด็กหญิงเอไม่ได้เล่าให้แม่ฟัง เพราะยังกลัวอยู่
จน เวลา 06.00 น. ของวันต่อมา พ่อเลี้ยงได้ส่งแชทมาบอกว่า สิ่งที่อยู่ในใจ ถ้าไม่กล้าบอกแม่ก็บอกพ่อเลี้ยงได้ ตนจึงตัดสินใจบอกพ่อเลี้ยง และนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี มีการตรวจร่างกาย ทำเอกสารต่าง ๆ และตรวจดีเอ็นเอ แต่ทางเด็กหญิงเอไม่ทราบว่า ฝั่งของนายพสุธา ได้ไปตรวจดีเอ็นเอไหม

จากนั้น เด็กหญิงเอได้เปิดแชทอีกอัน ที่มีการถามนายพสุธาว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ ซึ่งนายพสุธาตอบว่า ไม่พูดถึงเรื่องนี้ได้ไหม เด็กหญิงเอบอกว่า ตนไว้ใจอา ไม่คิดว่าอาจะเป็นคนแบบนี้ อาสนิทกับพ่อ อาไม่ควรทำแบบนี้ อาทำแบบนี้ทำไม ซึ่งทางนายพสุธาก็ได้แต่เลี่ยงบอกว่า อาส่งหนูถึงแม่ก็สบายใจแล้ว อยู่กับแม่ให้สบายใจก่อนเด้อ

เด็กหญิงเอพยายามถามเพื่อเค้นเอาคำตอบ ทว่า คำตอบที่ได้คือ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ ป้อมมาแล้ว

นอกจากนี้ เด็กหญิงเอได้ตอบคำถามหลายๆ ข้อที่คนตายได้ตั้งข้อสังเกต เช่น เรื่องที่บอกว่า ทำไมไม่บอกล่ะว่า พ่อและย่าขู่ฆ่าว่าจะเอาให้ตายถ้าหนีไปอยู่กับแม่ ซึ่งเด็กหญิงเอยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง พ่อไม่เคยตีตนเลย หรือเรื่องที่บอกว่า เด็กหญิงเออยู่กับแฟนถึงค่ำ เด็กหญิงเอก็ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ณ วันที่เกิดเหตุ ซึ่งก็คือประมาณปีก่อน เธอเองยังไม่มีแฟน ไม่มีใคร แต่ปัจจุบันเธอเองมีแฟนแล้ว และแฟนคนปัจจุบันของเธอก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น
ส่วนเรื่องที่นายพสุธาถามว่า ตอนผมไปรอที่สถานีตำรวจประจันตคาม ทำไมไม่กล้ามารับ เด็กหญิงเอบอกว่า ตนไปรอที่วัด ไม่ใช่สถานีตำรวจ ส่วนเรื่องที่เด็กหญิงเอไปบอกกับแม่ว่า นายพสุธาส่งเรียนนั้น ก็ไม่จริง ตนไม่เคยขอเงินเขาเลย

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว

ที่มา รายการทุบโต๊ะข่าว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon