เปิดใจ 2 ผู้ต้องสงสัย คดีน้องชมพู่ เล่าชัดวันที่น้องหายไป เจอพิรุธเต็มๆ

เปิดใจ 2 ผู้ต้องสงสัย คดีน้องชมพู่ เล่าชัดวันที่น้องหายไป เจอพิรุธเต็มๆ

วันที่ 11 มิ.ย.63 ทีมข่าว เดินทางมาพบผู้ต้องสงสัย ที่ไม่ได้ออกมาร่วมค้นหาน้องชมพู่ในวันที่ 11 พ.ค.63 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ คนแรกที่มาพบคือ นายสมคิด อายุ 35 ปี ผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุคือวันที่ 11 พ.ค.63 ตนไปนอนอยู่เถียงนา ห่างจากหมู่บ้าน 2 กม. ซึ่งตนออกไปตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 10 พ.ค.63 เนื่องจากตนจะไปแบบนี้เป็นประจำ บางครั้งก็นอนที่เถียงนา บางครั้งก็กลับบ้านสลับกันวันเว้นวัน

โดยวันที่ 10 พ.ค.63 ตนไปอยู่ที่เถียงนาไม่ได้กลับมาบ้าน จนถึงช่วงเย็นเวลา 17.00 น. ชาวบ้านชื่อ กระต๊อย เป็นเพื่อนตนมานั่งดื่มเหล้ากับตนที่เถียงนา จากนั้นก็ขึ้นไปที่ภูผาพางที่อยู่หลังเถียงนา เพื่อไปเอาไม้บนภูมาทำเถียงนา ทั้งวันตนก็อยู่แต่ที่เถียง โดยเถียงนาตนอยู่ติดกับภูผาพาง ไม่ได้เกี่ยวกับภูเหล็กไฟอยู่แล้ว
ปกติแล้วหากไม่มีเรื่องคดีความ ตนก็จะไปสวนบ่อย ๆ ครั้ง แต่พอมีเรื่องตนก็ไม่ได้ไปเลย และไม่กล้าไปไหนไกล เนื่องจากกังวลว่าคนจะสงสัยอีก ส่วนวันที่ค้นหาน้องชมพู่ ตนไม่ได้ออกไปเพราะตนมีผดผื่นอย่างที่บอกไว้ แต่ลึก ๆ ตนอยากจะไปช่วยหา ส่วนซอยบ้านน้องชมพู่ ตนเคยผ่านไปช่วงหลังปีใหม่ เพราะไร่มันของแม่อยู่ใกล้กับที่ของนางขวัญใจ โดยตนขับรถเข้าไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปอีก ครั้งนั้นตนก็ไม่ได้พบกับน้องชมพู่
ตนยังคงยืนยันคำเดิมว่า ตนไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุพาชมพู่หายตัวไป ส่วนตัวก็ไม่อยากให้คนมองว่าตนเป็นคนร้าย ส่วนวันที่ 12-13-14 พ.ค.63 ตนอยู่บ้านตลอด
ด้านนายชาดี หลาบโพธิ์ พ่อของนายสมคิด ระบุว่า ตนออกไปเถียงนาเพื่อไปทำสวนช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค.63 โดยออกไปช่วง 09.00 น. ตอนนั้นออกไปเพียงลำพัง โดยตนตั้งใจไปอยู่แล้ว เพราะไปประจำทุกวัน ส่วนลูกชายอยู่ที่นา ซึ่งเป็นปกติของเขา ตอนที่ตนออกไปตอนนั้นยังไม่รู้ว่าน้องชมพู่หายตัวไป ยังไม่เห็นมีใครออกตามหา
ตอนที่ตนไปถึงเถียงนาตนก็ทำสวนอยู่ ซึ่งลูกชายลงจากภูผาพางก็เห็นลงมานั่งที่เถียงนากับนายกระต๊อย จากนั้นช่วง 18.00 น. ตนก็กลับมาบ้าน โดยที่ลูกชายขับรถตามออกมาด้วย
เมื่อมาถึงบ้านก็มีคนในบ้านบอกชมพู่หายตัวไป ซึ่งวันที่ 11 พ.ค.63 ไม่ได้ไปตามหาเพราะมืดค่ำแล้ว จากนั้นวันที่ 12 พ.ค.63 ตนก็ไปช่วยตามหา ยังไปนั่งอยู่ที่หน้าบ้านน้องชมพู่ และออกไปตามหาแถวตีนเขา และวันที่ 13 พ.ค.63 ตนก็ไปช่วยหาเช่นกัน ส่วนตัวยืนยันได้ว่า นายสมคิด ไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวของน้องชมพู่ เพราะลูกชายไม่ได้ขึ้นไปที่ซอยบ้านน้องชมพู่ มานานแล้ว
ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายสิทธิศักดิ์ แก้วสุวรรณ์ หรือ กระต๊อย เพื่อนรุ่นน้องนายสมคิด เปิดเผยว่า วันที่ 10 พ.ค.63 ตนไปหานายสมคิดที่เถียงนาจริง โดยนายสมคิด โทรศัพท์มาหาตน ช่วง 17.00-18.00 น. ตั้งใจจะไปเอาไม้บนภูผาพางเพื่อมาซ่อมเถียงนา
ช่วงที่ตนไปถึงก็นั่งดื่มสังสรรค์กันถึงราว 03.00 น. ของวันที่ 11 พ.ค.63 หลังจากนั้นตนก็ขึ้นไปบนภูผาพาง เพื่อไปเอาไม้ลงมา โดยกลับลงมาช่วงเวลา 13.00 น. เมื่อลงมาแล้วก็เจอพ่อของนายสมคิด นั่งทานข้าวอยู่
ตอนขึ้นบนภูนั้น ตนอยู่กับนายสมคิด ตลอดเวลา ซึ่งไม่มีช่วงไหนที่นายสมคิด หายตัวไปจากสายตาของตน อยู่ด้วยกันตลอดเวลา โดยคืนนั้นไม่ได้นอนทั้งคืน หลังจากนั้นตนก็กินข้าว และได้แยกตัวกลับบ้าน หลังจากนั้นตนก็ไม่ทราบแล้ว แต่มารู้หลังจากกลับมาถึงบ้าน โดยแม่มาบอกตนว่า น้องชมพู่หายตัวไป แต่ตนไม่มีแรงจะไปหาแล้ว จึงเข้านอน
ในช่วงวันที่ 12 พ.ค.63 ตนจึงจะไปช่วยออกค้นหา โดยไปตามถนน เดินอ้อมไปตามทางจนกระทั่งถึงโรงเรียน ลัดเลาะไปตามเชิงเขา โดยไม่ได้ขึ้นเขาภูเหล็กไฟ โดยวันที่ 12 พ.ค.63 ตนออกไปตามหาช่วง 09.00-12.00 น. จากนั้นก็เข้ามาที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันได้ว่าตนอยู่กับนายสมคิด ตลอดในช่วงที่เกิดเหตุ
ทีมข่าวเดินทางมาพบกับ นายอ๊อด (นามสมมติ) ผู้ต้องสงสัยอีกราย เปิดเผยว่า วันที่ 11 พ.ค.63 ตนอยู่ที่บ้าน โดยนอนตั้งแต่แต่ช่วงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 10 พ.ค.63 โดยอยู่ที่บ้านกัน 3 คน ได้แก่ ตน ภรรยา และลูกสาว ซึ่งตนไม่ได้ออกไปไหนเลย จากนั้นภรรยาก็ออกไปจากบ้าน เพื่อพาลูกไปเที่ยวเล่นที่ร้านอาหารในชุมชน ซึ่งอยู่ตรงข้ามซอยบ้านน้องชมพู่ ซึ่งออกไปช่วง 08.00-09.00 น. ส่วนตัวก็นอนดูทีวีอยู่บนบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน
ทั้งนี้ตนมารู้สึกตัวเวลา 16.00 น. ภรรยากลับเข้ามาปลุกตน โดยมาบอกว่าน้องชมพู่หายตัวไป ทำให้ตนรู้ตอนนั้นว่าชมพู่หาย

จากนั้นเวลา 16.05-19.00 น. ตนก็ขับรถไปตามค้นหาน้องชมพู่ ซึ่งขับรถออกไปตามทางหมู่บ้าน ไม่แน่ใจว่าใครเห็นตนหรือไม่ เพียงแต่ตนขับรถไปวน ๆ ตามหาดู จนกระทั่งฟ้าเริ่มมึดจึงกลับเข้ามา โดยภรรยากับลูกก็อยู่บ้านแล้ว ตอนนั้นตนยังถามภรรยาว่า หาตัวน้องชมพู่หายเจอหรือยัง และขณะนั้นตนก็เป็นห่วงลูกสาว เลยกลับมาที่บ้านและหยุดค้นหา
ส่วนในวันที่ 12-14 มิ.ย.63 ตนก็ไปค้นหาช่วย เพียงแต่ตนไม่ได้เข้าบ้านน้องชมพู่ ตนขับรถออกไปตามข้างทาง มีการจอดรถและลงเดินลัดเลาะข้างทาง ซึ่งไม่คิดว่าน้องชมพู่จะไปไหนไกล ส่วนเวลาที่ตนจะออกไป ภรรยาก็จะออกไปส่ง ส่วนภรรยาเลี้ยงลูกตลอด โดยตนได้เข้าบ้านน้องชมพู่ วันที่ 14 พ.ค.63 ตรงกับวันที่เจอศพ เพราะตนไม่ได้ขึ้นภู เนื่องจากทางสูงชันมาก
ทีมข่าวจำลองเดินจากบ้านนายอ๊อดไปที่บ้านน้องชมพู่ ระยะ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon