ครูบารวยถูกสะกดรอยคนร้ายเจาะยางรถ ลั่นวันที่ 41 คนฆ่าชมพู่ชะตาขาด

ครูบารวยถูกสะกดรอยคนร้ายเจาะยางรถ ลั่นวันที่ 41 คนฆ่าชมพู่ชะตาขาด

กรณีการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ อายุ 3 ปี ที่หายตัวออกจากบ้านพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามหาหลักฐานและดีเอ็นเอแฝง ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเด็กคนดังกล่าว
ล่าสุดสำนักข่าวดังเปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่มายังวัดป่านฤมิตร พบกับครูบาเจ้าหน่อเขี้ยวแก้ว หรือหลวงพ่อรวย เจ้าอาวาสวัดป่านฤมิตร (ถ้ำมังกรทอง) จ.นครราชสีมา ที่ให้พรกับลูกศิษย์ที่เดินทางมากราบไหว้จากพื้นที่ จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียง ประมาณ 15 คน



ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว

วันนี้ครูบารวย ไม่ได้นั่งนิมิตแต่อย่างใด แต่ก็ยังไม่เห็นภาพของคนร้าย โดยครูบารวย ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นภาพคนร้ายเพิ่มเติม แต่เมื่อคืนวานนี้เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่กำลังค้นหาของที่ตู้เก็บของ ก็มีเหรียญพระบาตรน้ำมนต์ ของหลวงปู่แสน วัดหนองจิก จ.ศรีสะเกษ รุ่นที่ 1 หล่นลงมาจากหลังตู้ จึงฉุกคิดว่าจะนำเหรียญดังกล่าส่งไปส่งไปรษณีย์ให้กับนางสาวิตรี เนื่องจากครอบครัวของน้องชมพู่ ที่ผ่านมาเจอแต่สิ่งร้าย ๆ จะได้มีสิ่งยึดเป็นขวัญกำลังใจ
สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือร่างทรงบางท่าน วิเคราะห์ว่าน้องชมพู่จะเดินไปเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟเองนั้น ครูบารวยให้สัมภาษณ์ต่อว่า เป็นไปไม่ได้แน่นอน ที่เด็กจะเดินไปเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟเอง ขนาดอาตมาเดินขึ้นเขาภูเหล็กไฟไปทำพิธีล้างอาถรรพ์ที่จุดพบศพน้องชมพู่ อาตมาก็เหนื่อยหอบแทบตาย ถ้าน้องชมพู่เดินไปเอง ไปได้ไม่ไกลก็น่าจะเสียชีวิตคาที่แล้ว ที่ตำรวจบางนายวิเคราะห์ออกสื่อ อาจเป็นกลวิธีให้คนร้ายตายใจก็ได้
ทั้งนี้ครูบารวย ยังกล่าวย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เหรียญบาตรน้ำมนต์ ของหลวงปู่แสนหล่นเมื่อคืนนี้ คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นลางบ่งบอกวันที่คนร้ายจะปรากฏตัวก็ได้ เนื่องจากในตลับ มีตัวเลข 41 เขียนกำกับไว้ ซึ่งเลขดังกล่าวก็บังเอิญไปตรงกับที่ทำนายว่า คนร้ายจะรับสารภาพออกมาในวันที่ 41 และ 42 นับจากวันพบศพน้องชมพู่ จึงฝากเหรียญดังกล่าวนี้ ให้ทีมข่าวส่งไปให้แม่น้องชมพู่
โดยปกติแล้ว การที่จะเจอคนร้ายนั้น ส่วนใหญ่จะเจอในวันพระ แต่การจากการนิมิตของครูบารวยจะอยู่หลังวันพระ 1 ถึง 2 วัน ซึ่งวันพระคือวันที่ 20 มิ.ย.63 วิบากกรรมของคนร้าย และน้องชมพู่ที่มีร่วมกันนั้น จะคลายล็อกกันเป็นเลข 41 และ 42 และหลังจากวันพระไปคนร้ายก็จะยิ่งอยู่ในอาการร้อนรน ถึงแม้ว่าคนร้ายจะเป็นบุคคลที่มีเรื่องไสยศาสตร์ มนตร์ดำ แต่ตอนนี้ก็พึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะอาตมาไปทำพิธีล้างอาถรรพ์ทุกอย่างแล้ว คนร้ายไม่สามารถใช้มนตร์ดำได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ครูบารวย ก็ยังขอยืนยันว่าคนร้าย มีมากกว่า 1 คน หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลาย คนร้ายถูกจับกุมได้แล้ว ครูบารวยก็อาจเดินทางไปที่หมู่บ้านกกกอกอีกครั้ง เพื่อไปทำบุญหมู่บ้าน และร่วมเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน ส่วนกรณีที่ครูบารวยเดินทางไปภูหินเหล็กไฟ แล้วถูกเหล่าวิญญาณร้าย ต่อต้านนั้น หลังจากที่ครูบารวยกลับมายังวัดป่านฤมิตร ก็มีพละกำลังแข็งแรงดี ไม่นิมิตเห็นผีร้ายเหล่านั้นอีกแล้ว ส่วนวิญญาณน้องชมพู่ ตอนนี้ก็เป็นกายทิพย์ และกำลังยิ้มอย่างมีความสุข
ทั้งนี้ครูบารวย ยังเล่าต่อว่า เมื่อเย็นวันที่ 16 มิ.ย.63 ขณะที่พระอาจารย์เดินทางออกจากหมู่บ้านกกกอก ก็สังเกตว่ามีรถยนต์ จำนวน 2 คัน คันแรกเป็นรถเก๋งสีเงิน สภาพเก่า คันที่ 2 เป็นรถกระบะดีแมกซ์ สีบรอนซ์ทอง สภาพเก่า ขับตามหลังรถของครูบารวยกว่า 40 กม. กระทั่งรถของครูบารวยขับเข้าที่พัก รถทั้งสองคันถึงเลิกตาม ซึ่งครูบารวยคิดว่าวันนั้นตนอาจไปทำพิธีหรือพูดบางสิ่งให้คนร้ายหรือคนที่รู้จักคนร้ายไม่พอใจก็ได้ จึงมีรถยนต์ขับตามมา
กระทั่งครูบารวยกลับมาถึงวัดป่านฤมิตร ได้ให้คนขับรถนำรถไปเติมลม ก็ปรากฏว่าที่ยางรถยนต์ล้อหน้าด้านซ้ายมีรอยคล้ายกับถูกของมีคมกรีด โดยครูบารวยก็คาดว่าน่าจะมีคนจงใจใช้ของมีคมกรีดรถยนต์ของตัวเอง
สำหรับการคาดการในมุมมองของครอบครัว แม่ชมพู่ และตาชาญ มองว่า "ต้องมีมากกว่า 1 คนแน่นอน" ในขณะที่ลุงไชย์พล บอกว่าไม่รู้ว่าคนร้ายจะมีกี่คน
ด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า "ต้องมี 1 คนเท่านั้น และเป็นชายที่หวังเรื่องเพศ" ส่วนการคาดการณ์ของ พล.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช อดีตผกก.สส. ภ.จว.อำนาญเจริญ ระบุว่า "เป็นคนใกล้ตัว"








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon