เปิดเวลาคนร้ายฆ่าชมพู่กลับบ้านเที่ยงครึ่ง พร้อมพูดแล้ว หากตำรวจจับลุงพล

เปิดเวลาคนร้ายฆ่าชมพู่กลับบ้านเที่ยงครึ่ง พร้อมพูดแล้ว หากตำรวจจับลุงพล

วันที่ 14 มิ.ย. 63 นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ และครอบครัว ได้นั่งติดตามข่าวทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อดูไลฟ์สดรายการทุบโต๊ะข่าว ซึ่งบรรยากาศช่วงกลางคืนเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีญาติ ๆ มานั่งพูดคุยกัน ซึ่งครอบครัวก็ยังคงโศกเศร้าหลังการจากไปของน้องชมพู่ เนื่องจากบ้านของน้องชมพู่ อยู่บริเวณท้ายซอยที่ติดกับไร่มันสำปะหลัง ทำให้หลังบ้านแทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
นางสาวิตรี เปิดเผยว่า ถ้าหากมีหมายจับออกมาว่าคนร้ายเป็นญาติหรือคนใกล้ชิดของตน ตนก็คงจะต้องกลับมาคิดถึงครอบครัวของคนร้ายที่เป็นญาติตนเช่นกัน ตนจะไม่เครียดถ้าพยานหลักฐานชี้นำไปว่าคนร้ายตัวจริงเป็นญาติของตน และตนจะไม่เสียใจหากญาติหรือคนใกล้ตัวเป็นคนร้าย เพราะตนเสียลูกสาววัย 3 ขวบไป คนร้ายก็ควรได้รับโทษที่สาสม คือ ประหารชีวิต และนี่คือสาเหตุที่ตนไม่เสียใจ และเชื่อว่าครอบครัวของคนร้ายเองก็ต้องได้รับความเจ็บปวดอย่างที่ตนได้รับ
แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับหลักฐานของตำรวจ และตนก็ไม่ได้ชี้นำว่าใครเป็นคนร้าย ซึ่งตอนนี้ตนก็ยังเชื่อใจและมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ถ้ามีหลักฐานชี้นำไปที่ลุงไชย์พล ไม่ใช่ตำรวจจะทำให้ตนเชื่อเพียงคนเดียว แต่ตำรวจต้องแสดงหลักฐานให้คนทั้งประเทศเห็นว่า ตำรวจนั้นจับผู้ร้ายตัวจริง ไม่ได้จับแพะจับลา
นางสาวิตรี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ช่วงที่พบศพน้องชมพู่ ตนก็เคยห้ามปรามลุงไชย์พลไม่ให้ขึ้นเขาภูเหล็กไฟบ่อย ๆ เพราะใจจริงตนก็กลัวว่าจะทำอะไรตกหล่น แล้วตำรวจจะเก็บเอาไปเป็นหลักฐาน ซึ่งก็มีพูดห้ามปรามกันบ้าง แต่ก็ถือว่าทุกคนโตแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ ที่จะสอนทุกวัน ตนก็คงจะไปพูดห้ามปรามบ่อย ๆ ไม่ได้ แต่ถ้าลุงไชย์พล สะดวกให้สัมภาษณ์กับสื่อ มันก็แล้วแต่เขา
สำหรับคนที่คิดต่างว่า น้องชมพู่เดินขึ้นภูไปเสียชีวิตเองนั้น ตนก็อยากถามว่ากลับว่า ถ้าน้องชมพู่เดินขึ้นไปเอง ถอดเสื้อผ้าเอง แล้วน้องชมพู่จะตัดผมตัวเองได้อย่างไร เพราะตอนนี้ตนก็ยังเชื่อว่ามีคนฆ่าลูกตนแน่นอน เพราะเด็กวัย 3 ขวบ ที่ไม่เคยปล่อยมือจากพ่อแม่เลย แล้วเดินด้วยความตั้งใจขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟคนเดียวได้ ตนคิดว่าลูกสาวใช้เวลา 2 วันก็ไม่น่าจะถึงจุดที่เสียชีวิต อีกทั้งแพทย์ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าลูกสาวเสียชีวิตในวันไหนกันแน่
อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าสิ่งที่กังวลที่สุด คือ กลัวตำรวจจับแพะ เพราะกระแสข่าวที่มุ่งไปที่คนใกล้ตัวของตน แต่ก็ต้องดูไปก่อนว่า ผลการจับกุมจะออกมาแบบไหน
ทีมข่าวได้พบกับนางนลิน เงินนาม หรือ "ป้าถอน" ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นพยานยืนยันให้กับลุงไชย์พล เปิดเผยว่า ตนพร้อมที่จะเป็นพยานในศาลให้ลุงไชย์พล หากวันหนึ่งถูกออกหมายจับ เพราะเท่าที่ตนรู้จักลุงไชย์พลไม่น่าเป็นคนที่จะก่อเหตุเช่นนี้ได้ อีกทั้งช่วงที่เกิดเหตุ ตนอยู่กับลุงไชย์พลเกือบทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดเหตุชมพู่หายไป ตนก็อยู่กับลุงไชย์พล ไม่มีช่วงเวลาที่จะไปก่อเหตุได้
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตนก็อยู่กับลุงไชย์พลเกือบตลอด ไปไหนมาไหนด้วย อยู่ด้วยกัน จนไม่มีเวลาที่จะปลีกตัวไปไหนได้ ส่วนตัวรู้สึกสงสาร โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ตำรวจเข้ามาปิดล้อมบ้าน ตนเห็นภาพแล้วก็รู้สึกเห็นใจ เศร้า ไม่คิดว่าลุงไชย์พลจะมาเจอเรื่องแบบนี้ ตนไม่กลัวที่จะขึ้นศาล เพราะคิดว่าลุงไชย์พล เป็นผู้บริสุทธิ์
สำหรับอาชีพชาวบ้านกกกอก ทำไร่มันสำปะหลัง เวลา 07.00 กลับบ้านเวลา 17.00 น. ส่วนทำนา ออกจากบ้านเช้าตรู่ และกลับบ้าน 15.00 - 17.00 น. ขณะที่ทำสวนยางพารา ออกจากบ้านเวลาค่ำ กลับบ้านอีกทีรุ่งเช้าวันถัดไป
คาดการณ์เวลาที่คนร้ายอุ้มน้องชมพู่ จากบ้านเวลา 09.00 น. ไปถึงจุดพบศพเวลา 11.00 น. จะใช้เวลาเดินทางกลับลงมายังหมู่บ้าน ประมาณ 3.30 ชม.
เมื่อทีมข่าวเทียบเวลากลับบ้าน ชาวบ้าน-คนร้าย สามารถแบ่งได้ดังนี้ ทำไร่และมันสำปะหลัง จะกลับบ้านเวลา 17.00 น. ทำนาน กลับบ้านในเวลา 15.00-17.00 น. คนร้ายฆ่าแล้วกลับเวลา 12.30 น. คนร้ายฆ่าซ่อนเสื้อแล้วกลับเวลา 13.00 น.

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon