แม่ น้องนิ่ม ลั่น ไม่อโหสิกรรม บอก ผู้กองบอย พูดความจริงให้หมด

แม่ น้องนิ่ม ลั่น ไม่อโหสิกรรม บอก ผู้กองบอย พูดความจริงให้หมด

วันที่ 23 มิถุนายน 2563 ทีมข่าวได้รับรายงานว่า กรณี น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือ น้องนิ่ม อายุ 30 ปี ที่เสียชีวิตในบ้านพักย่านบางกะปิ แพทย์นิติเวชระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากบาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง ซึ่งเป็นปืนขนาด .45 ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย 1 นัด ต่อมาได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง หรือผู้กองบอย สามีผู้เสียชีวิต คือ ฆ่าผู้อื่น ตามข่าวก่อนหน้านี้

ล่าสุดที่ พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 4 ที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบที่ สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำพยานเเวดล้อมที่เกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่ คาดว่าจะสามารถเเจ้งข้อกล่าวหาได้ภายในวันนี้ ซึ่งผลการสอบสวน ผู้กองบอย ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ให้การรับสารภาพทั้งน้ำตาว่าทำไปเพราะเมา สอดคล้องกับผลนิติวิทยาศาสตร์ ที่พบเขม่าดินปืนที่มือ เเละพบเเอลกอฮอล์ในเลือด ดูพฤติการณ์แล้วจึงใช่น่าจะเป็นการฆาตกรรม น่าจะเกิดจากปัญหาภายในครอบครัว พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของตำรวจ ไม่ว่าผู้ต้องหาจะพูดอย่างไร เเต่ทุกอย่างต้องยึดตามผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถบิดพลิ้วได้

ขณะนี้ผู้ก่อเหตุอยู่ในความควบคุมของตำรวจ สน.ลาดพร้าว อยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้เคลียร์ในทุกประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ ประชาชนยังเคลือบเเคลงสงสัย เเละให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง อีกทั้งผู้ต้องหาในคดีนี้ยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสัญญาบัตร จึงจำเป็นต้องสอบปากคำให้ครอบคลุมทุกประเด็น ต้องตอบคำถามสังคมได้อย่างครบถ้วน ยืนยันว่า ถึงเเม้ว่าผู้ต้องหาในคดีนี้จะเป็นตำรวจ ก็ไม่มีการช่วยเหลือ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่า เมื่อเลือกที่จะเป็นตำรวจ ผิดก็ต้องยอมรับ

ด้าน นางทองใส ภูคงน้ำ อายุ 56 ปี แม่ของ น้องนิ่ม ทันทีที่ทราบข่าวว่า ลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตาย และ สามีน้องนิ่มรับสารภาพแล้วว่าก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกันกับลูกสาว จึงใช้ปืนขู่ และมีการเยื้อแย่งกันจนเป็นเหตุให้ปืนลั่นใส่ลูกสาวเสียชีวิต ทำให้ญาติรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง เพราะผู้ก่อเหตุยอมรับสิ่งที่กระทำแล้ว แต่ยังคงไม่เชื่อกับคำสารภาพทั้งหมด เพราะเชื่อว่าน่าจะไม่ใช่การยื้อแย่งกันจนปืนลั่น

นางทองใส บอกว่า ตนและครอบครัวไม่เชื่อตั้งแต่แรกแล้วว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีสาเหตุ ไม่มีอาการซึมเศร้า และไม่มีแรงจูงใจอะไรที่จะคิดสั้นแบบนี้ อีกทั้งลูกสาวยังมีลูกที่ยังเล็ก และต้องเลี้ยงดูอยู่ ประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีพิรุธหลายอย่าง และก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกับสามีบ่อยครั้งจึงทำให้เชื่อว่าไม่ได้ฆ่าตัวตาย

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนและญาติยังกลัวว่าสักวันหนึ่งอาจจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ก็มาเกิดขึ้นจริงๆ การที่ลูกเขย รับสารภาพว่าเอาปืนมาขู่แล้วเกิดเยื้อแย่งจนปืนลั่นนั้น เชื่อว่าวิญญาณลูกสาวช่วยให้สามีสารภาพในสิ่งที่ทำขึ้น ตามที่แม่เคยบอกไว้เมื่อครั้งไปรับศพออกมาที่โรงพยาบาล แต่ตนและครอบครัวยังคงไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ ลูกสาวกับสามีเคยทะเลาะกันรุนแรงถึงขึ้นลงมือและเอาปืนมาจ่อหัว รวมทั้งขู่ทำร้ายลูกสาวมาแล้ว เมื่อครั้งที่ลูกสาวทะเลาะแล้วพาลูกมาอยู่ที่บ้าน จึงอยากให้ พูดความจริงออกมาให้หมด เพราะการเป็นลูกผู้ชายและยังเป็นตำรวจนั้นกล้าทำแล้วต้องกล้ารับ

อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีต่อไปนี้ก็คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย อยากให้ได้รับโทษสูงสุด ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ได้รับผลกรรม ส่วนตนและครอบครัวไม่ขออโหสิให้ และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันอีก หากเป็นไปได้จะเอาหลานสาววัย 2 ขวบมาเลี้ยงเอง ส่วนพิธีบำเพ็ญกุศลศพลูกสาวนั้นจะสวด 3 คืน คาดว่าจะทำการฌาปณกิจในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายนนี้

ขณะที่ นายสมัย ภูคงน้ำ ปลัด อบต.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ น้าผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดจากปืนลั่นขณะแย่งปืนกัน จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาขั้นสูงสุดตามกฎหมาย ส่วนการฟ้องคดีทางแพ่งก็จะทำเดินต่อไปหลังจากประกอบพิธีฌาปนกิจหลานสาวเรียบร้อยแล้ว.








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon