ชาวแพร่เศ้รา ป่าไม้ทุบอาคารประวัติศาสตร์ ร่องรอยสนธิสัญญาบาวริ่ง จนเหลือแต่ซาก

ชาวแพร่เศ้รา ป่าไม้ทุบอาคารประวัติศาสตร์ ร่องรอยสนธิสัญญาบาวริ่ง จนเหลือแต่ซาก

วันที่ 16 มิ.ย.63 นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้เดินทางลงพื้นที่ดูสภาพอาคารประวัติศาสตร์ป่าไม้เมืองแพร่ที่ถูกทุบทิ้ง ที่บริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน ซึ่งเป็นอาคารไม้ประยุคแบบอาณานิคมอังกฤษ อายุ 120 ปี เคยเป็นสำนักงานบริษัทบอมเบเบอร์มา และยังเคยเป็นท่าเรือล่องซุงของบอมเบเบอร์มา-บริษัทอิสเอเซียติค สมัยยังมีเจ้าหลวงผู้ครองนครแพร่ อาคารดังกล่าวอยู่ในครอบครองของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 หลังนายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ได้สั่งการให้ดำเนินการรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนรุกขชาติเชตวัน หลังจากได้รับงบประมาณที่ขอไว้ในปี พ.ศ. 2561-2562



ภาพจาก amarintv

วันเดียวกัน นายธีรวุธ กล่อมแล้ว วิศวกรชาวเมืองแพร่ พร้อมภาคีเครือข่ายรักษ์เมืองเก่าแพร่และชาวบ้านเชตวัน ได้เข้ายื่นหนังสือประท้วงการกระทำดังกล่าวต่อนางกานต์เปรมปรีด์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ที่ศาลากลางจังหวัด
โดยระบุถึงประกาศให้เมืองแพร่เป็นเมืองเก่าว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า ตามมติ ครม. 10 ก.พ. 2558 จึงเรียกร้องให้จังหวัดฯ ดำเนินการดังนี้ 1. ให้ระงับการก่อสร้างทั้งหมด 2. เปิดเผยข้อมูลงบประมาณ แผนการรื้อถอนและก่อสร้าง 3. หาผู้รับผิดชอบการทุบทิ้งอาคารประวัติศาสตร์ 4. สร้างประชาคมให้มีส่วนร่วมพัฒนาสวนรุกขชาติเชตวัน 5. ให้หน่วยงานรับผิดชอบเสนอแนวทางฟื้นฟู

ภาพจาก amarintv


ขณะที่ นางกานต์เปรมปรีด์ได้เรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รู้ผลโดยเร็ว พร้อมเผยว่า ประชาชนชาวแพร่เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ทราบว่าการของบประมาณไปเพื่อซ่อมแซมอาคารเก่า จำนวน 4 ล้านบาท แต่ผลออกมาเป็นการรื้อถอนทั้งหมด อย่างไรก็ตามขอให้รอการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ขอให้ชาวแพร่อดใจรอผลการสอบสวน

นายพัฒนา แสงเรียง นักวิชาการอิสระ เผยว่า อาคารดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองแพร่ กลับถูกรื้อถอน ซึ่งการขอดูขั้นตอนการทำงานทางวิศวกรรมก็ไม่มีหมายความหากจะปรับปรุง เรื่องนี้คงต้องใช้กฎหมายจัดการ เพราะความผิดสำเร็จแล้ว ความเสียหายเกิดขึ้นกับประวัติศาสตร์เมืองแพร่เรียบร้อย
เช่นเดียวกับ นายสุวิทย์ เขมะวิชานุรัตน์ ไกด์ท่องเที่ยว เผยว่า นักท่องเที่ยวชาวยุโรปสนใจอาคารนี้มาก บางคนมาเพราะบ้านหลังนี้มีประวัติของต้นตระกูลเขาอยู่ด้วย

ภาพจาก amarintv
นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 เผยว่า ตนรู้เท่าไม่ถึงการ และมีเจตนาดีในการปรับปรุง ส่วนแนวทางรั้วถอนอยู่ที่ผู้รับเหมาและนายช่างวิศวกร ซึ่งจะมาชี้แจงในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้นัดให้มีการชี้แจงใหม่
ขอบคุณที่มาจาก amarintv








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon