ส่อคดีพลิก คดีน้องชมพู่ ล่าสุดพยานกลับคำ

ส่อคดีพลิก คดีน้องชมพู่ ล่าสุดพยานกลับคำ

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับนายนริน เชื้อคมตา ผู้ต้องหาคดี อนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี กล่าวหาก่อเหตุกับเด็กหญิงวัย 5 ขวบ และตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีน้องชมพู่ ถูกคุมตัวสอบ 4 วัน 3 คืนด้วยนั้น



ภาพจาก amarintv

วันที่ 27 มิ.ย. 63 นายวาด น้องชายของนายนริน และนายอ๊อด ผู้ที่นางจำลองพูดถึงว่าหากนายนรินไม่ปั่นจักรยาน ก็จะเป็นนายวาดที่ปั่นจักรยาน เปิดเผยว่า ตนเองยืนยันว่าตนไม่ได้ปั่นรถจักรยานของนายนรินเข้าไปที่ป่ายางหลังบ้านชมพู่ และไม่เคยจอดไปไว้ตรงจุดนั้น ส่วนตัวไม่เคยยืมรถจักรยานของพี่ชาย ตนขับแต่รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะวันที่ 10-11 พ.ค. 63 ยิ่งเป็นไปไม่ได้

ทั้งนี้ ตนเองเคยไปเก็บผักหวานบนภูเหล็กไฟจริง แต่ไม่เคยไปจอดรถแถวป่ายาง ตนจะไปจอดรถและเดินขึ้นแถวโรงเรียนกกกอก จากนั้นก็เดินไปเรื่อย ๆ บอกไม่ได้ว่าไกลขนาดไหน ส่วนตัวก็ออกไปค้นหาชมพู่ด้วย โดยตนไปอยู่ที่ภูผาเหี้ยคนเดียว ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. และกลับมาช่วง 7.30 น. ของวันที่ 11 พ.ค. จากนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน ตนเองก็กลับมาทำกับข้าว โดยมีนายบี กับยายเสาร์ เป็นพยานให้ตน ไม่นานตนเองก็มาทราบว่าชมพู่หาย ตอนที่นายบี มาบอกว่าน้องชมพู่หาย ตนก็ตามออกไปช่วยตามหา ส่วนตัวไม่ได้แวะบ้านน้องชมพู่ แต่เดินไปในซอยบ้าน ก่อนจะแยกไปหาตามป่ายาง ป่ามัน และถังน้ำ ออกไปหาแค่คนเดียว คนแถวนั้นก็เยอะแล้ว แต่มีแน่ใจว่าใครบ้าง หาอยู่ถึงเวลา 16.00-17.00 น. ก็กลับบ้าน

ส่วนตัวตอนไปหาของป่าที่ภูผาเหี้ย ตนก็ไม่เห็นนายนริน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าพี่ชายไปไหนหรือไม่ แต่วันที่ 11 พ.ค. ช่วงที่ตนทำกับข้าว นายนรินยังนอนอยู่ที่แปลหน้าบ้านตน ตนเพิ่งทราบว่านายนรินถูกจับจากข่าวเมื่อคืนนี้ รับว่าเสียใจน้ำตาตกในอยู่ ตนเองยังคิดว่าพี่ชายไม่ได้เป็นคนก่อเหตุกับหลานสาว เพราะนิสัยของพี่ชายไม่น่าจะก่อเหตุได้ ส่วนพ่อแม่เด็กก็เป็นพี่ตน ตั้งแต่มีเรื่องก็ยังไม่เจอ ไม่ได้คุยกัน ตอนนี้ครอบครัวก็ต้องสู้กันต่อ ยืนยันว่าพี่ชายก็ไม่ใช่คนก่อเหตุ และไม่ได้ปั่นจักรยานไปที่ท้ายหมู่บ้าน ตนกลัวพี่ชายจะถูกจับเป็นแพะในคดีของน้องชมพู่



ภาพจาก amarintv

ทั้งนี้ ที่บ้านตนไม่มีรถจักรยานยนต์เวฟ สีบรอนซ์ดำ แต่ยอมรับว่ารถจักรยานคันดังกล่าวเป็นรถของตนจริง แต่เลิกใช้ไปนานแล้ว เพราะตนยกให้กับนายนริน และจอดไว้ที่หน้าบ้านนายนริน ซึ่งตนก็ไม่เคยเอามาปั่นอีก

นางจำลอง แดนกาไสย์ ชาวบ้านที่เห็นรถจักรยาน ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เห็นรถจักรยานของนายนรินในวันที่ 11 พ.ค. 63 ซึ่งตนตั้งใจจะบอกว่าตนเคยเห็นรถจักรยานของนรินมาจอดแถวป่ายางหลังบ้านชมพู่ แต่ตนเองจำวันไม่ได้ การมาจอดรถบางครั้งก็จอด 1 วัน 2 วัน แต่ไม่เห็นเจ้าตัว ที่ตนออกมาบอกว่าเห็น เพื่อจะบอกว่าคนอาจเข้าใจผิดวันแล้วนำไปลือกันเท่านั้น

ซึ่งจุดที่พบจักรยานมาถึงบ้านของน้องชมพู่ จะต้องผ่านบ้านของชาวบ้าน 4 หลังคาเรือน ได้แก่ นางจันทร์, นางขวัญใจ, นางสายสมร และนางจุไรภรณ์

ซึ่งนางสายสมร แสนทะวงศ์ ภรรยานายโชติช่วง, นางจันทร์ และนางขวัญใจ ระบุว่า ไม่สนิทกับนายนริน และไม่แน่ใจว่าเห็นรถจักรยานในวันที่ 11 พ.ค. 63 หรือไม่ ซึ่งปกติจะไม่พบเห็นนายนรินผ่านมาใกล้บ้านน้องชมพู่ และวันที่น้องชมพู่หายก็ไม่มีใครเจอนายนริน

ด้านนางจุไรภรณ์ สุขะพันธ์ หรือ ต่าย น้าของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า วันที่ 11 พ.ค.63 ตนเองออกค้นหาชมพู่หลังจากทราบว่าชมพู่หาย ซึ่งตนขับรถจักรยานยนต์ออกไปทางป่ามัน แล้วเลี้ยวไปทางบ้านนายโชติช่วง ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีรถจักรยานของนายนริน แต่เท่าที่จำได้ ตนเองไม่เห็น แต่มีข่าวลือกันว่ามีคนเห็นรถจักรยานของนายนรินแถวป่ายาง


ส่วนนายนริน ตนเองรู้จัก แต่ไม่สนิท เพราะนายนรินไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนใหญ่ไม่ข้ามมาฝั่งบ้านตน ส่วนวันที่เกิดเหตุตนก็ไม่เห็นนายนรินทั้งวัน ซึ่งปกตินายนรินจะไม่ค่อยมาบ้านตน
นางดอน มะลิรส ชาวบ้านในพื้นที่ ยืนยันว่าตนเองขี่จักรยานผ่านหน้าบ้านนายนรินทุกวันเพื่อไปใส่บาตรที่วัด ขี่ผ่านวันละ 2 รอบ 06.00-07.00 น. และเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นจักรยานของนายนรินขยับเลย เห็นจอดอยู่ที่เดิมมาหลายเดือนจนเครือหญ้าขึ้นรก ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านกล่าวอ้างว่าเห็นจักรยานขี่ไปหลังบ้านน้องชมพู่ ไม่เป็นความจริง

ขอบคุณที่มาจาก amarintv








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon