ครูบารวยถูกสะกดรอย คนร้ายเจาะยางรถพรุ่งนี้คนสังหารชมพู่ชะตาขาด

ครูบารวยถูกสะกดรอย คนร้ายเจาะยางรถพรุ่งนี้คนสังหารชมพู่ชะตาขาด

นับได้ว่าเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว สำหรับการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ปี ที่สูญหายจากบ้านพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 63 กระทั่งถูกพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอแฝง นอกจากนี้ ยังมีหมอธรรมและพระป่าออกมาทำนายจุดซ่อนเสื้อแต่ก็ยังหาหลักฐานไม่พบ

ล่าสุด ครูบาเจ้าหน่อเขี้ยวแก้ว หรือ หลวงพ่อรวย เจ้าอาวาสวัดป่านฤมิตร (ถ้ำมังกรทอง) จ.นครราชสีมา เผยว่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นภาพคนร้ายเพิ่มเติม
แต่เมื่อคืนวานนี้เวลาประมาณ 19:00 น. ขณะที่กำลังค้นหาของที่ตู้เก็บของก็มีเหรียญพระบาตรน้ำมนต์ ของหลวงปู่แสน วัดหนองจิก จ.ศรีสะเกษ รุ่นที่ 1 หล่นลงมาจากหลังตู้จึงฉุกคิดว่าจะนำเรียนดังกล่าวไปส่งไปรษณีย์ให้กับนางสาวิตรี เนื่องจากครอบครัวของน้องชมพู่ที่ผ่านมาเจอแต่สิ่งร้ายๆ จะได้มีสิ่งยึดเป็นขวัญกำลังใจ
สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือร่างทรงบางท่าน วิเคราะห์ว่าน้องชมพู่จะเดินไปเสียชีวิตบนภูเขาเหล็กไฟเองนั้น ครูบารวยให้สัมภาษณ์ต่อว่า เป็นไปไม่ได้แน่นอน ที่เด็กจะเดินไปเสียชีวิตบนภูเขาเหล็กไฟเอง ขนาดอาตมาเดินขึ้นภูเขาเหล็กไฟไปทำพิธีล้างอาถรรพณ์ที่จุดพบศพน้อง อาตมาก็เหนื่อยหอบแทบตาย
ถ้าน้องชมพู่เดินไปเอง ไปได้ไม่ไกลก็น่าจะเสียชีวิตคาที่แล้ว ที่ตำรวจบางนายวิเคราะห์ออกสื่อ อาจเป็นกลวิธีให้คนร้ายตายใจก็ได้ ทั้งนี้ครูบารวย ยังกล่าวย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เหรียญพระบาตรน้ำมนต์ หลวงปู่ แสนหล่นเมื่อคืนนี้ คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นหลังบ่งบอกวันที่คนร้ายจะปรากฏตัวก็ได้ เนื่องจากในตลับมีตัวเลข 41 เขียนกำกับไว้ ซึ่งเลขดังกล่าวก็บังเอิญไปตรงกับคำทำนายว่า คนร้ายจะรับสารภาพออกมาในวันที่ 41 และ 42 นับจากวันพบศพน้องชมพู่ จึงฝากเรียนดังกล่าวนี้ส่งไปให้แม่น้อง

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
โดยปกติแล้วการที่จะเจอคนร้ายนั้น ส่วนใหญ่จะเจอในวันพระ แต่จากการนิมิตของครูบารวยจะอยู่หลังวันพระ 1-2 วัน วิบากกรรมของคนร้ายและน้องชมพู่ที่มีร่วมกันนั้นจะคลายล็อคกันเป็นเลข 41 และ 42 และหลังจากวันพระไปคนร้ายก็จะยิ่งอยู่ในอาการร้อนรน ถึงแม้ว่าคุณได้จะเป็นบุคคลที่มีเรื่องไสยศาสตร์ มนต์ดำ แต่ตอนนี้ก็พึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่ได้แล้ว เพราะอาตมาไปทำพิธีล้างอาถรรพพ์ทุกอย่างแล้ว คนร้ายไม่สามารถใช้มนต์ดำได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตามจนถึงวันนี้ครูบารวยก็ยังขอยืนยันว่าคนร้ายมีมากกว่า 1 คน หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลายคนร้ายถูกจับกุมได้แล้ว ครูบารวยก็อาจจะเดินทางไปที่หมู่บ้านกกกอกอีกครั้ง เพื่อไปทำบุญหมู่บ้านและร่วมเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน ส่วนก็รณีที่ครูบาด้วยเดินทางไปภูเขาหินเหล็กไฟ แล้วทุกเหล่าวิญญาณร้ายต่อต้านนั้น หลังจากที่ครูบาด้วยกลับมายังวัดป่านฤมิตร ก็มีพละกำลังแข็งแรงดี ไม่นิมิตเห็นผีร้ายเรานั้นอีกแล้ว ส่วนวิญญาณน้องชมพู่ตอนนี้ก็เป็นกายทิพย์ และกำลังยิ้มมีความสุข
ทั้งนี้ครูบารวยยังเล่าต่อว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่พระอาจารย์เดินทางออกจากหมู่บ้านกกกอก ข้อสังเกตว่ามีรถยนต์จำนวน 2 คัน คันแรกเป็นรถเก๋งสีเงิน สภาพเก่า คันที่ 2 เป็นรถกระบะสีบรอนซ์ทอง สภาพเก่า ขับตามหลังรถของครูบารวยกว่า 40 กิโลเมตร กระทั่งรถของครูบารวยขับเข้าที่พัก รถทั้งสองคันถึงเลิกติดตาม ซึ่งครูบาด้วยคิดว่าวันนั้นต้นอาจจะไปทำพิธีหรือพูดบางสิ่งให้คนร้ายหรือคนที่รู้จักคุณได้ไม่พอใจก็ได้ จึงมีรถยนต์ขับตามมา กระทั่งครูบารวยกลับมาถึงวัดป่านฤมิตร นายให้คนขับรถนำรถไปเติมลม ก็ปรากฏว่ายังรตยนต์ล้อหน้าด้านซ้ายมีรอยคล้ายกับทุกของมีคมกรีด โดยครูบาด้วยก็คาดว่าน่าจะมีคนจงใจใช้ของมีคมกรีดยางรถยนตร์ของตนเอง
สำหรับการคาดการณ์ในมุมของครอบครัวน้องชมพู่ แม่น้องชมพู่และตาชาญ มองว่าต้องมีมากกว่าหนึ่งคนแน่นอน ในขณะที่ลุงไชย์พล บอกว่าไม่รู้ว่าคนร้ายจะมีกี่คน ด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าต้องมีหนึ่งคนเท่านั้นและเป็นชายที่หวังเรื่องเพศ ส่วนการคาดการณ์ของพล.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช อดีตผกก.สส.ภ.จว.อำนาจเจริญ ระบุว่า เป็นคนใกล้ตัว
ขอบคุณที่มาจาก ทุบโต๊ะข่าว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon