ฟังฉันบ้าง เพื่อนบ้านน้องชมพู่ ขอพูดความจริง หลังหายตัวปริศนา วันน้องหาย

ฟังฉันบ้าง เพื่อนบ้านน้องชมพู่ ขอพูดความจริง หลังหายตัวปริศนา วันน้องหาย

เป็นอีกหนึ่งคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านมาแล้ว 42 วัน กรณีการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ อายุ 3 ปี ที่สูญหายจากบ้านพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานที่อาจจะเชื่อโยงคดี กระทั่งมีพระสงฆ์จาก จ.เชียงราย เดินทางมาพบครอบครัว พร้อมกับนิมิตอ้างว่า เด็กเดินตามเสียงไสไม้ขึ้นเขา และในมือได้ถือรถแบ็กโฮ จากนั้นเหยียบสายไฟจนถูกไฟดูดเสียชีวิต


ขอแสดงความเสียใจ
นางก้อย นามสมมติ ภรรยาเจ้าของบ้าน ข้างบ้านน้องชมพู่ ซึ่งระบุว่า วันที่ 11 พ.ค.63 ตนเองและสามีออกไปที่สวนยาง ซึ่งห่างไปราว 7 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่วง 02.00 น.แล้ว และกลับมาอีกทีก็ช่วง 10.00 น

ภาพจาก amarintv
โดยปกติตนเองจะไปแบบนี้เป็นประจำ โดยไป 2 วัน เว้น 1 วัน เพราะบ้านของตนอาศัยอยู่กัน 2 คน คือตนกับสามี ตนอยู่สวนตลอด ตอนออกไปก็ปกติ ตอนที่ตนขับรถกลับมาบ้านช่วงเวลา 10.00 น. ตนยังไม่รู้ว่าน้องชมพู่หาย จนกระทั่งมาถึงที่บ้าน มีชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาบอกตน ซึ่งตนเห็นคนมากันจำนวนมากแล้ว ประมาณ 20 คน แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะช่วงนี้คนจะวัดจีพีเอสสวนกัน และบ้านของน้าจุไรภรณ์ สามีเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก็จะมาส่งเอกสาร
ทั้งนี้หลังจากรู้เรื่องก็ไปออกค้นหาน้องตามบ้านญาติ โดยเดินทะลุจากบ้านนายวา ไปถามกับชาวบ้านแถวนั้น จากนั้นก็กลับมาที่บ้านตนเอง ส่วนสามีตนก็ไปค้นหาที่ท้ายหมู่บ้านทางสวนมันสำปะหลัง ไปทางต้นยาง ไม่ไกลก็เห็นครอบครัวชมพู่เดินกลับมาบ้าน สามีจึงเดินกลับมา เพราะช่วงนั้นน่าจะใกล้เที่ยง ก็กลับมากินข้าว

ภาพจาก amarintv
ไม่นานตำรวจก็มาสอบปากคำตั้งแต่วันแรก ตอนนั้นก็ไม่ได้ออกไปกรีดยางอีกเลย จนกระทั่งวันที่เผาศพชมพู่ เพราะตนก็เกรงใจบ้านน้องชมพู่ เพราะยังจัดงานศพอยู่ ยืนยันได้ว่าตนไม่ได้ก่อเหตุ สามีก็อยู่กับตน ตำรวจสอบแล้วตนก็ให้ความร่วมมือ หากมีใครบอกว่าบ้านตนน่าสงสัย เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน ตนยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ก่อเหตุ และไม่มีเหตุผลอะไรต้องไปทำ อีกอย่างตนอยู่สวนยาง ไม่มีทางกลับมาทัน
ส่วนน้องชมพู่ ยอมรับว่าเคยมาที่บ้านตน แต่จะเดินเข้ามาหากมีญาติมาด้วย เพราะจะไม่มาคนเดียว เมื่อญาติกลับน้องชมพู่ก็จะกลับทันที หากร่างทรงจะมาชี้ว่าบ้านตนเป็นคนทำ ตนไม่ได้กังวล เพราะไม่ใช่คนก่อเหตุ และพร้อมให้ความร่วมมือเสมอ นอกจากนี้ตนไม่ได้โทรศัพท์หาใครในวันนั้น โดยเฉพาะช่วงก่อนเกิดเหตุ จะมีก็เพียงโทรทางเฟซบุ๊กช่วง 10.16 น. เป็นการคุยเกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคาร
ขอบคุณที่มาจาก amarintv








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon