พระเดือนชัย สุดกลั้น หลังเจ้าคณะจังหวัดขับไล่ เผย โดนจับสึก

พระเดือนชัย สุดกลั้น หลังเจ้าคณะจังหวัดขับไล่ เผย โดนจับสึก

จากกรณี พระสุทธิสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ได้มีคำสั่งคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ให้พระเดือนชัย ออกจากพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยระบุว่า ด้วยพระเดือนชัย ฉายา ธมมวิจโย สังกัดวัด ป่าศรัทธาธรรม (ถ้ำหีบ) ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้เข้าไปพำนักอาศัยอยู่ที่ที่พักสงฆ์ถ้ำจารย์ครูภูหินต่าง มีความประพฤติไม่ควรแก่สมณเพศ หาความละอายไม่ได้ แสดงตนสื่อทางวิญญาณ และมีเจตนาจะโฆษณาตนเองออกในสื่อต่าง ๆ ผิดหลักพระธรรมวินัย และกฎ-ระเบียบ-คำสั่ง และประกาศมหาเถรสมาคม ทางเจ้าคณะปกครองในท้องที่ได้เข้าไปแจ้ง และตักเตือนพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว แต่ไม่เป็นผล และยังแสดงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง



ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยดีงาม อาศัยอำนาจตามความในข้อ 15 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะสงฆ์ธรรมยุติ จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันอังคารที่ 16 มิ.ย.63 จึงให้พระเดือนชัย ฉายา ธมมวิจโย สังกัดวัด ป่าศรัทธาธรรม (ถ้ำหีบ) ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ออกจากพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คำสั่ง ณ วันที่ 17 มิ.ย.63

ล่าสุด อมรินทร์ทีวี เดินทางไปยัง ไปที่วัดถ้ำจารย์ครูภูหินต่าง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ซึ่งวันนี้มีลูกศิษย์ หลั่งไหลมากราบพระอาจารย์เดือนชัย เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยความศรัทธา อีกทั้งหวยเลขท้าย 2 ตัวงวดที่ผ่านมา ก็ออกเลข 64 ที่บังเอิญไปตรงกับเลขทะเบียนรถของท่าน ทะเบียน บม 1764 ร้อยเอ็ด จึงทำให้ลูกศิษย์และผู้ที่มีความศรัทธาหลั่งไหลกันมาฟังพระเทศน์ในวันนี้ ซึ่งระหว่างที่พระอาจารย์เดือนชัย สวดคาถาธรรม ก็มีลูกศิษย์เป็นหญิงสาวรายหนึ่งเกิดอาการคล้ายองค์ลง เริ่มอาเจียน ควบคุมตัวเองไม่ได้ เริ่มชูมือขึ้นมีอาการสั่นไปทั้งตัว ส่ายหัวไป ๆ มา ๆ บางครั้งก็ใช้มือทุบที่ท้ายทอยตัวเอง แต่เมื่อสวดไปสักระยะหญิงคนดังกล่าวก็อาการสงบลง และสามารถพูดคุยได้ตามปกติ



พระอาจารย์เดือนชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา ที่ตนไปแสดงท่าทีอาการหมุนตัวที่ จ.นครนายก นั้น และออกสื่อไป พระชั้นผู้ใหญ่ (เจ้าคณะอำเภอ) ได้เข้ามาฝากตักเตือนผ่านลูกศิษย์ให้ตนสึก สั่งให้เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปอยู่ที่อื่น เพราะบอกว่าไม่สมควรในเพศสมณะ และมีกระแสข่าวว่าจะมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มายึดพื้นที่วัดป่า จำนวน 15 ไร่คืน ซึ่งตนยังไม่มีโอกาสชี้แจงกับพระผู้ใหญ่เลย และก็อยากชี้แจงผ่านสื่อ ตนไม่ได้มีเจตนาจะไปโชว์อิทธิฤทธิ์อะไร แต่เนื่องจากในตอนนั้นดวงธรรมประทับร่างของตน ทำให้ตนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และเดินหมุนไปตามดวงธรรม กว่า 70 รอบ ซึ่งตนก็อยากจะสำรวม ไม่อยากจะหมุนตัวแบบนั้น และช่วงสุดท้ายที่ดวงธรรมออกจากกายสังขาร ก็ทำให้ร่างกายของตนหมดสติและค่อย ๆ นั่งลงกับพื้นอย่างภาพที่เห็น



พระอาจารย์เดือนชัย ยังพูดทั้งน้ำตาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่จะมีพระมาจับสึก อีกว่า ตนมาบวชอยู่ที่ จ.มุกดาหาร กว่า 7-8 ปีแล้ว ตนทำอะไรก็นานาจิตตังอยู่ที่คนมองจะคิดอะไร คิดเอาเถอะว่าลูกพ่อเดียวแม่เดียวกัน ออกมายังทะเลาะกันเลย ซึ่งตนมองว่าข้อหลักปฏิบัติหรือเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องที่ใช้กลั่นแกล้งกันได้ ทำลายกันได้ ซึ่งตนก็ไม่อยากจะสึกจากการเป็นพระ อย่างไรก็ตามเมื่อทีมข่าวถึงเรื่องคดีของน้องชมพู่ พระอาจารย์เดือนชัย ก็ตอบว่าไม่รู้ และปล่อยไปตามกฎแห่งกรรม

ขณะที่ นายสิทธิลักษณ์ จิตอาคนารัตน์ ผอ.สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า กรณีพระเดือนชัย แสดงอาการเหมือนที่เป็นข่าว ทางสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร ได้นำเรียนคณะสงฆ์ได้รับรู้ รับทราบ และพิจารณาตามอำนาหน้าที่ ในทางปกครองแล้ว ซึ่งท่านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่บายใจ ท่านก็สั่งให้ทางเจ้าคณะตำบล ซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องที่ ได้ไปกล่าวตักเตือนให้พระเดือนชัย หยุดพฤติกรรมที่ผ่านมา ทางพระอาจารย์ก็รับทราบ รับปาก ว่าจะไม่ทำแล้ว ท่านเคยพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า ทางคณะสงฆ์ได้มาเตือนพฤติกรรมต่าง ๆ ซึ่งก็ได้ลงพื้นที่ไปด้วย แต่วันนั้นท่านไม่อยู่ ท่านติดภารกิจที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.63 ได้พบปะกับพระลูกวัด ก็เลยได้ชี้แจง ซึ่งพระลูกวัดจะนำเรียนพระอาจารย์ให้ พอช่วงหลังมาก็มีข่าวไปพุทธาภิเษกที่ จ.นครนายก แสดงพฤติกรรมเหมือนเดิม ตามที่ปรากฏในข่าว



ทั้งนี้ ทางคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร และเจ้าคณะอำเภอที่ 5 อำเภอ(ธ) ได้มาประชุมที่วัดศรีมงคลเหนือ มีมติในที่ประชุมออกมาว่า ให้พระเดือนชัย ออกจากพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.63 และจะให้เจ้าหน้าที่ลงไปติดคำสั่งที่พักสงฆ์ ที่ดินที่ตั้งของที่พักสงฆ์ อยู่ในความดูแลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นป่าไม้ตามมติของ ครม. ได้มีพระภิกษุเข้ามาจำพรรษาหลายรุ่นแล้ว และทางคณะสงฆ์ (ธ) ก็รับรู้ รับทราบ ท่านพิจารณาอนุญาตให้อยู่ แต่พอเกิดกรณีนี้ ท่านเห็นว่าคงจะไปไม่ไหว เสื่อมเสีย ไม่ใช่แนวของพุทธ ไม่ใช่แนวของธรรมยุต ไม่ใช่แนวของหลวงปู่ พ่อแม่ครูบาอาการของธรรมยุต ท่านก็บอกว่า ให้ยุติออกไป ท่านจะไปสังกัดที่ไหนก็เป็นเรื่องของท่าน
ที่มา รายการทุบโต๊ะข่าว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon