แม่ ยอมพูดแล้ว ผล DNA สร้อยพระ กับสายสิญจน์ข้อมือ น้องชมพู่



วันที่ 26 มิ.ย.63 ทีมข่าวได้คุยกับญาติของนายสงบ ชายเร่ร่อนคนดังกล่าว โดยตร.ได้นำลุงสงบไปตรวจร่างกายที่รพ.มุกดาหารและส่งต่อไปรักษาตัวที่รพ.ศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี รักษาการป่วยทางจิตเว

โดยล่าสุดที่มีการนำเสนอข่าวไป ทางญาติของลุงสงบก็ติดต่อกับตร.ทีมข่าว พร้อมเผยว่าได้พูดคุยกับนายแสงอุทัย ซึ่งเป็นญาติลุงสงบ เล่าว่า ลุงสงบหายออกจากบ้านกว่า 20 ปีแล้ว คือทางญาติพยายามตามหาแต่ไม่พบ เมื่อเจอตัวก็เดินหนีไปเรื่อยๆ ตอนนี้ดีใจมากที่เจอตัวลุง

ส่วนกรณีที่ลุงสงบตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีน้องชมพู่หรือไม่นั้น ทางญาติยืนยัน 100% ว่าลุงไม่เกี่ยวข้องแน่นอนแม้จะมีอาการไม่ปกติและเร่ร่อนแต่ไม่ทำร้ายใคร และคาดว่สพึ่งเดินทางมาที่บ้านกกกอกได้ไม่นานเพราะก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ญาติเคยพบตัวแถวๆจ.บุรีรัมย์ เป็นไปไม่ได้ว่าลุงจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องชมพู่

ส่วนทางด้าน นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ลุงของน้องชมพู่ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ได้เปิดใจกับทีมข่าวอีกครั้ง ด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้มสดใส ไม่เครียดเหมือนที่ผ่านมา พร้อมเผยว่ากรณีที่ตร.คุมตัวลุงสงบชายเร่ร่อนนั่น จากที่ดู ไม่คิดว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคดีน้องชมพู่เพราะเคยมีชาวบ้านดงหลวงเจอแกไม่เคยทำร้ายใคร แต่หลักฐานที่ตรวจพบ ก็รอผลตรวจดีเอ็นเอ

เมื่อถามถึงเรื่องดีเอ็นเอนั้น ลุงพล เผยว่า ผ่านมาเกือบ 50 วันแล้ว ตอนนี้ ตนในฐานะญาติน้องชมพู่ก็ยังไม่ทราบผลการตรวจชันสูตรศพน้องแบบสมบูรณ์แบบ และก็ยังไม่ทราบผลตรวนดีเอ็นเอของบุคคลต้องสงสัยในหมู่บ้าน ก็อยากรู้ว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนการติดตามคนร้ายนั้นก็ยังเชื่อมั่นตร.ว่าจะไม่มีการจับแพะ และดีใจที่เห็นตร.ทำงานกันอย่างเข้มข้น

และในส่วนของการหาพยานหลักฐานเชื่อมโยงตัวคนร้าย ตร.ก็ยังคงทำงานกันอย่างเข้มข้นโดยไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องปมปัญหาคนใกล้ชิด ยาเสพติด และเรื่องทางเพศ

โดยล่าสุดมีรายงานว่า พบหลักฐานต้องสงสัยคือรถจักรยาน ปริศนาไปจอดที่ทางขึ้นภูเหล็กไฟวันที่น้องชมพู่หายตัวไป ทีมข่าวไปสอบถามคุณตาชาญ เผยว่า ได้ยินชาวบ้านเขาคุยกันว่า วันน้องหายมีจักรยานคันหนึ่งจอดทิ้งไว้ ก็อยากรู้ว่าเป็นของใคร เกี่ยวข้องกับการหายตัวของน้องหรือไม่ ให้ออกมาแสดงตัว คุณตาบอกตอนนี้ก็มีความหวังตร.จะจับคนร้ายที่ทำหลานได้

ขณะที่สอบถามไปยัง คุณโชติช่วง สุขพันธุ์ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับป่าสวนยาง ทางขึ้นภูเหล็กไฟ จุดที่มีรายงานว่ามีรถจักรยานจอดไว้บริเวณนี้ คุณโชติช่วงบอกว่า วันน้องชมพู่หายตัวไป ตั้งแต่เช้าจนถึงดึกวันที่11 ไม่มี อะไรพิรุธ หรือคนแปลกหน้าผ่านเข้ามา ส่วนรถจักรยานก็เป็นข่าวที่ชาวบ้านลือกัน ไม่รู้รถของใคร แต่มีตร.มาถามว่า เห็นรถจยย. สีแดงรุ่นเก่า มาจอดบริเวณนี้ช่วงวันน้องชมพู่หายไปหรือไม่ ตนดูแล้วก็ไม่มี ซึ่งทางขึ้นภูนี้ หากเป็นชาวบ้านกกกอกและหมู่บ้านใกล้เคียง มักจะเดินมาไม่ขี่รถจักรยานหรือจยย.มาจอดไว้แล้วขึ้นภู นอกจากคนนอกหมู่บ้าน ที่มาหาของป่า จะนำรถมาจอดบริเวณนี้ หรือฝากไว้ที่ใต้ถุนบ้านใกล้เคียง

ขณะที่ทางด้านนางสาวิตรี และ นายอนามัย วงศ์ศรีชา พ่อและแม่น้องชมพู่ เมื่อวานนี้ตร.เชิญตัวไปสอบปากคำ นานกว่า 7 ชม. หลังจากนั้นก็ให้แพทย์ตรวจร่างกาย ซึ่งจากการสอบถาม คุณพ่อคุณแม่ ว่าการสอบปากคำครั้งนี้ถือว่านานกว่า 7 ชม.นี้ เป็นปกติ มีการสอบปากคำยาวนานกว่านี้อีก และตั้งแต่เกิดเรื่องมา พ่อและแม่สอบปากคำ มากกว่า 20 ครั้ง

โดยการสอบปากคำแม่ของน้องชมพู่เผยว่า ก็เหมือนกับทุกครั้งถามว่า ทำอะไรวันเกิดเหตุ และสงสัยใคร หรือไม่ โดยพ่อก็ยังให้การเหมือนเดิม รวมไปถึงเรื่องปมขัดแย้งกับใครหรือไม่ และก็เป็นห่วงสุขภาพ และหมอมาตรวจวัดความดัน ตรวจร่างกาย ก็เป็นปกติ

ส่วนปมปัญหาขัดแย้งกับคนในพื้นที่นั้น ก็ยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตร.ยังไม่ตัดทิ้ง และทางครอบครัวยืนยันว่าไม่มีเรื่องกับใคร รวมทั้งไม่เคยไปรู้เห็นหรือมีปัญหากับการทำผิดกฎหมาย ตอนนี้แม่รอฟังความหวังเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ ที่สร้อยพระที่น้องชมพู่ใส่ และสายสิญจน์ที่ข้อมือ ซึ่งอาจจะมีดีเอ็นเอหรือร่องรอยของคนร้ายแฝงอยู่ ซึ่งในเรื่องนี้นั้นแม่ไม่เคยพูดมาก่อนว่ารอแค่ผลดีเอ็นเอในส่วนนี้ ก็จะรู้ตัวคนร้าย ขอบคุณ เรื่องเล่าเช้านี้








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon