24 ก.ค. นี้ ดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก ใกล้ไทย 1 ทุ่ม

24 ก.ค. นี้ ดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก ใกล้ไทย 1 ทุ่ม

สร้างความระทึกให้กับชาวโลกอีกครั้ง เมื่อนาซา ออกมาระบุดาวเคราะห์น้อย 2020ND จะผ่านเฉียดเข้าใกล้โลกของเรา ในระดับอาจเป็นอันตรายต่อโลก ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ มีความเสี่ยงถูกดึงทะลุวงโคจรโลก ตกลงสู่พื้นโลกจนสร้างความเสียหายก็อาจเป็นไปได้ ทำให้หลายคนนึกถึงภาพยนตร์ อาร์มาเกดดอน เมื่อดาวหางยักษ์ หรืออุกกาบาตขนาดใหญ่เท่ารัฐเทกซัส ความเร็วกว่า 2 หมื่นไมล์ต่อชั่วโมง กำลังพุ่งเข้าชนโลก ภายในระยะเวลา 18 วัน



ดาวเคราะห์น้อย 2020ND มีความสูง 170 เมตร ขนาดใหญ่กว่าชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอาย ซึ่งมีความสูง 135 เมตร มากถึง 1.5 เท่าตัว จะเคลื่อนผ่านโลก ด้วยความเร็ว 48,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะใกล้ที่สุด 0.034 เอยู หรือ 5.1 ล้านกิโลเมตร แม้ในแต่ละวันมีวัตถุอวกาศต่างๆ เฉียดผ่านโลกเป็นจำนวนมาก แต่หากเคลื่อนเข้าใกล้โลกในระยะห่างไม่ถึง 0.05 เอยู หรือ 7.5 ล้านกิโลเมตร จะถือว่าอยู่ในระดับอาจเป็นอันตรายต่อโลก และอาจถูกผลัก หรือดึงทะลุเข้าในวงโคจรโลก
สิ่งที่เคยสร้างความสะพรึงให้กับชาวโลก ย้อนกลับไปเมื่อ 112 ปีก่อน เกิดอุกกาบาตถล่มป่า ใกล้แม่น้ำพอดกาเมนนายา ทังกัสกา ในประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ปี 2451 ความรุนแรงมากกว่าระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่น จนแสงไฟสว่างจ้าจากการระเบิดเห็นได้ไกลไปถึงกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ และยังเผาผลาญทำลายต้นไม้ในป่ากินพื้นที่ 2 พันกว่าตารางกิโลเมตร ย่อยยับราบเป็นหน้ากลอง

ความเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์น้อย 2020ND จะสร้างความเสียหายกับโลกได้หรือไม่? อ.ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาคฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนกตกใจในเรื่องนี้ แม้ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะเคลื่อนตัวเฉียดโลกในวันที่ 24 ก.ค. คาดว่าตำแหน่งอยู่ใกล้ไทยในช่วงหัวค่ำ หรือเวลาประมาณ 1 ทุ่ม แต่ไม่ชนโดนโลกอย่างแน่นอน เนื่องจากอยู่ไกลจากดวงจันทร์มากถึง 14.5 เท่า



ส่วนเหตุผลที่นาซาออกมาเปิดเผย เพื่อศึกษาติดตามวงโคจรของ ดาวเคราะห์น้อย ดวงนี้ให้ชัดเจนร่วมกับเครือข่าย เพื่อนำไปประมวลผล และเพื่อเฝ้าระวังว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรืออาจโดนอุกกาบาตอื่นพุ่งมาชน แต่เป็นไปได้น้อยมาก
ที่ผ่านมามีวัตถุอวกาศขนาดความสูง 160 เมตรเคลื่อนผ่านโลกหลายรอบ และวัตถุที่สูงกว่า 120 เมตรขึ้นไป จะเรียกว่าใกล้โลก มีโอกาสทะลุมาถึงพื้นโลก และสร้างความเสียหาย ต้องมีการติดตามว่าวงโคจรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ทำให้นาซาต้องประกาศออกมา จะมีอะไรเข้าใกล้กับโลกเรา โดยดาวเคราะห์ดวงนี้มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้กว่า แต่จากดวงจันทร์ซึ่งใกล้โลก มีระยะทางไกลมากถึง 14.5 เท่า ถือว่าปลอดภัย และโอกาสที่โดนโลกดึงดูดทะลุวงโคจร ต้องมีระยะใกล้ 384,400 กิโลเมตร จึงจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และยังมีวัตถุมีความเสี่ยงใกล้โลกอยู่อีกประมาณ 10-20 ชิ้น ต้องติดตามว่ามีโอกาสชนโลกหรือไม่

นอกจากนี้หากวงจรดาวเคราะห์น้อยเข้ามาตัดตรงกัน หรือพร้อมกันกับวงจรโลก อาจมีความเป็นไปได้ที่จะตกเข้ามาในโลก เนื่องจากเผาไหม้ในอากาศไม่หมด ทำให้มีโอกาสตกมายังพื้นโลกอย่างแน่นอน จนอาจเกิดหลุมอุกกาบาต หรือเกิดระเบิด ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรง หากอุกกาบาตมีขนาดใหญ่กว่า 2 กิโลเมตร ก็จะเหมือนในอดีตที่สามารถทำลายไดโนเสาร์จนสูญพันธุ์ไปหมด แต่หากขนาดเล็กกว่า 2 กิโลเมตร จะไม่ทำให้เกิดอะไรเลย



ณะเดียวกันแรงโน้มถ่วงของโลก อาจมีส่วนทำให้ทิศทางการเคลื่อนตัวของดาวเคราะห์น้อยเปลี่ยนแปลงไปได้ ซึ่งภายหลังดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ผ่านโลกไปหลังวันที่ 24 ก.ค. จะต้องมีการติดตามถ่ายตำแหน่งข้อมูล เพื่อมาดูว่าจะมาชนโลกหรือไม่ ในอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเข้าใกล้โลกอีกครั้ง แต่จะห่างกว่าครั้งนี้ประมาณ 15 ล้านกิโลเมตร
ส่วนที่ผ่านมามีดาวเคราะห์น้อยเคลื่อนผ่านโลก 5-6 ลูกในทุกๆ เดือน แต่ทางนาซาไม่ได้แจ้ง เพราะไม่ต้องการให้คนตื่นตระหนก ยกเว้นมีการเฉียดโลก จะแจ้งข้อมูลอย่างครั้งนี้ที่เข้ามาใกล้โลก มีอันดับความสว่างอยู่ที่ 11 โดยกล้องโทรทรรศน์สามารถมองเห็นได้ ซึ่งปกติแล้วดวงตาของคนเราสามารถเห็นดวงดาว อันดับความสว่างที่ 6 รวมถึงดาวหาง อันดับความสว่างอยู่ที่ 3 สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเช่นกัน.








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon