ลุงพลปล่อยโฮ โดนแม่ชมพู่สงสัยรักหลานผิด รับไม่มีเซ็กส์ 6 ปี แต่ไม่หื่น

ลุงพลปล่อยโฮ โดนแม่ชมพู่สงสัยรักหลานผิด รับไม่มีเซ็กส์ 6 ปี แต่ไม่หื่น

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.63 ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ลุงของน้องชมพู่ ได้เดินเท้าขึ้นไปบนถ้ำภูผาแอก เป็นระยะทางกว่า 900 เมตร เมื่อไปถึงบริเวณป้ายของถ้ำ ลุงพลก็ได้กราบลง 3 ครั้ง เพื่อเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภูมิเจ้าที่ที่ปกปักษ์คุ้มครองรักษา
หลังจากนั้นลุงพลก็เดินขึ้นไปบริเวณหน้าพระพุทธรูป, รูปปั้นเหมือนพระอาจารย์ลิ้น ทีฆปญฺโญ (ทีคะปันโย) และเจดีย์ตั้งอัฐิของพระอาจารย์ลิ้น โดยลุงพลได้กราบ 3 ครั้ง และจุดธูป 3 ดอก กล่าวนะโม 3 จบ และได้พนมมือ กล่าวถ้อยคำดังต่อไปนี้

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิต ณ ถ้ำภูผาแอกแห่งนี้ ข้าพเจ้า นายไชย์พล วิภา ขอคารวะพระอาจารย์หลวงปู่ลิ้น ทีฆปญฺโญ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านกกกอก และชาวบ้านเลื่อมใสนับถือ วันนี้ข้าพเจ้าได้มาขอสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง คู่บ้านกกกอกแห่งนี้ ข้าพเจ้าขอสาบานว่า ถ้าข้าพเจ้ามีส่วนรู้เห็นในการตายของ ด.ญ.อรวรรณ วงค์ศรีชา ขอให้ครอบครัวข้าพเจ้าจงวิบัติ จงชิบหาย ขอให้ข้าพเจ้าตายโหงไปพร้อมน้องชมพู่ด้วย สาธุ อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นลุงพล ก็ปักลงธูปที่เจดีย์ตั้งอัฐิของพระอาจารย์ลิ้น
ภายหลังจากการสาบาน นายไชย์พล วิภา ลุงของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตนกล่าวคำสาบานเพราะมีความมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของน้องชมพู่ ซึ่งจะให้ตนสาบานซ้ำกี่ครั้งตนก็ทำได้ตลอด ซึ่งยังมีอีกที่ตนอยากไปสาบาน คือ วัดพระแก้วมรกต กรุงเทพฯ ซึ่งตนเชื่อว่าการที่ตนสาบานเป็นการแสดงความจริงใจในสิ่งที่ตนได้พูดออกไป ว่าตนจะกล้าทำในสิ่งที่ตนพูดออกไปหรือไม่ และตนก็พร้อมจะมาสาบานอีกครั้งในตอนที่พ่อแม่ของน่องชมพู่กลับมา แต่ตอนสาบานนั้นตนคิดว่าพ่อแม่ของน้องชมพู่คงไม่กล้านั่งใกล้ตน เพราะตนเชื่อว่ายังมีเรื่องที่พ่อแม่เขาไม่สบายใจและไม่กล้ามานั่งใกล้ตนซึ่ง ๆ หน้า แต่ความบาดหมางของตนกับอีกฝ่าย ก็ไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน แต่ถ้าพวกเขากล้ามานั่งใกล้ ๆ ตนก็จะยินดี

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
นายไชย์พล กล่าวต่อว่า เหตุที่ตนกล้าสาบานเพราะเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนาจะไม่ทำร้ายคนดี ไม่ว่าตนจะสาบานกี่ครั้ง ถ้าตนไม่ทำผิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะคุ้มครองตน ซึ่งตนกล้าสาบานทุกครั้ง และทำได้ทุกอย่างที่แสดงความบริสุทธิ์ว่า ตนไม่มีส่วนพัวพันกับการตายของน้องชมพู่ ซึ่งตนยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ และถ้าพ่อแม่ของน้องชมพู่มีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน และเขาก็เป็นฝ่ายอยากให้ตนมาสาบาน ตนก็ทำให้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพ่อแม่น้องชมพู่ว่า จะเชื่อในการกระทำของตนหรือไม่ แต่ตนก็ยังยืนยันคำเดิมว่าอยากให้ญาติพี่น้องทุกคนร่วมกันสาบานต่อหน้าวัดพระแก้วมรกต ที่กรุงเทพฯ เพราะเชื่อว่าพวกเขาจะเชื่อ ถ้าได้ไปสาบานหน้าพระแก้วมรกต
อย่างไรก็ตาม สำหรับความสัมพันธ์ของตนและพ่อแม่ของน้องชมพู่ ตนเปรียบเหมือนแก้วที่มันร้าว อย่างไรก็กลับมาประสานกันเหมือนเดิมไม่ได้ ไม่มีทางที่จะเป็นแผ่นเดียวได้ ถึงแม้พ่อตาแม่ยายจะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ ตนคิดว่าจะสร้างแค่ความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน แต่คงไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนเดิมได้ ถ้าทุกคนไม่ให้อภัยซึ่งกันและกัน สุดท้าย สำหรับการสาบานในวันนี้ไม่ใช่เพื่ออวดเก่ง แต่ตนทำไปแล้วตนสบายใจ ญาติสบายใจ
นายไชย์พล วิภา พบกับทีมข่าวแต่เช้า และดูมีสีหน้าที่ค่อยข้างกังวล และดูเหมือนมีเรื่องอยากจะอธิบาย จึงได้เปิดเผยให้ทีมข่าวฟังว่า ตนเองเพิ่งได้ดูข่าวที่แม่ชมพู่ไปพูดผ่านสื่อ ตนพูดได้เต็มปากว่าวันนี้ เสียใจ เสียความรู้สึก ทั้งที่ผ่านมาตนยังไม่ถึงขั้นเสียความรู้สึก โดยเฉพาะการพูดแบบดูถูกตนแบบสุด ๆ
ตนเองเสียความรู้สึกมาก ๆ ที่พี่น้องมาคิดกับตนแบบนี้ ตนเองเป็นคนจนจริง โดยช่วงนี้ลุงพลถึงกับกั้นน้ำตาไม่อยู่ ก่อนให้สัมภาษณ์ต่อว่า ตนเองจนแต่ไม่แร้งน้ำใจ หากพี่น้องกันเองมีความรู่สึกดี ๆ กับตนได้แค่นี้ ดูถูกน้ำใจตนมาก หากคนที่อยู่ในที่นั่งแบบนั้น คงทำใจไม่ได้ อย่างประเด็นที่ตนรักลูกเขามากไป ตนเองก็อยากบอกว่า การที่ญาติมารักลูกตัวเอง มันไม่ดีเหรอ จะกลัวอะไร ไม่ดีใจเหรอที่มีคนดูแลลูกตัวเอง ทำไมไปคิด "อกุศล"
ทั้งนี้ตนเคยเลี้ยงหลานที่เป็นลูกพี่สาว ซึ่งสวยมาก ตนเองเลี้ยงแทบจะอาบน้ำแก้ผ้ากันอยู่แล้ว ตนเองจะไปคิดแบบนั้นได้อย่างไร ต่อให้หลานสวยขนาดไหน ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นลูกเป็นหลาน สายเลือดตนไม่ใช่คนอื่น ตนคิดแบบนั้นไม่ได้ ขนาดภรรยาของตนก็ไม่ได้มีอะไรด้วยตั้งแต่ปี 2557 เพราะตนมันเลว มันมั่ว มันชั่ว ตนไม่อยากให้เมีย ต้องมารับกรรม ซึ่งตนไม่อยากให้ป้าแต๋นที่เป็นผ้าขาว ต้องมาเจอสิ่งนี้ ต้องมารับเลือดสกปรกจากตน ตนจึงไม่ได้มีอะไรกับป้าแต๋น เพราะเป็นห่วงชีวิตลูกกับภรรยา หากตนต้องตาย ให้ตนตายคนเดียว แต่ไม่เข้าใจแม่น้องชมพู่ เอาเรื่องนี้มาคิดพัวพันเรื่องแบบนี้ ตนอยากถามว่า คิดได้ยังไง เอาส่วนไหนคิด

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว
นอกจากนี้มันเป็นเรื่องที่ครอบครัวชมพู่ดูถูกน้ำใจตน ดูถูกฐานะตน ดูถูกฐานะตน ตนอยากถามว่าคนที่รวยล้นฟ้าเขามีความสุขทุกคนหรือไม่ ทุกคนมีปัจจัย 4 มีเท่าไรก็พอใจ พอเพียงในสิ่งที่ตัวเองมี แม่ชมพู่บอกว่าให้ดูฐานะของตัวเองทำนองว่าจะเลี้ยงลูกของเขาได้หรือไม่ โดยเปรียบเทียบว่าให้ดูฐานะตนกับพ่อแม่ชมพู่ ซึ่งคำพูดนี้ทำให้ตนรู้สึกเสียใจกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ตนไม่อยากเสียน้ำตาให้เรื่องแบบนี้
ตนยอมรับว่านอนไม่หลับ ใส่ชุดเดิมตั้งแต่ที่ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีสัมภาษณ์เมื่อคืนนี้ ตนนอนไปทั้งชุดนี้ แล้วนอนคิด แต่คิดไม่ออกกับคำถามของแม่ชมพู่ คิดไม่ออกว่าแม่ชมพู่คิดได้อย่างไร ไม่คิดว่าคนที่บรรลุนิติภาวะแล้วจะพูดออกมาได้ จะคิดแบบนี้ได้ คนที่มีความจริงใจกับคนอื่น คนรอบข้าง ความคิดแบบนี้มันจะไม่มี คนที่มีความเอื้อเฟื้อจะไม่คิดแบบนี้
ตนเองอยากให้แม่ชมพู่ไปส่องกระจกดูก่อน ดูสื่อหลาย ๆ สื่อ ดูให้ลึกซึ้งให้รอบด้าน รอบครอบ บางอย่างไม่ใช่ความจริง ขอให้ยึดความจริง ทำไมหลายครั้งต้องไปอ้างจากสื่อ สื่อก็ไม่ได้ผิด เขาพยายามอยู่ พยายามช่วยเพื่อไม่ให้คดีเงียบ ตนทำทุกวันนี้เพราะต้องการให้สื่อยังอยู่ในพื้นที่ ตนเองพูดออกมาจากใจ ตนไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้แกล้งทำ คนซื่อ ๆ แบบนี้ตนอยากรู้ยังมีอยู่หรือไม่
คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon