ทนายเดชา ซัดสื่อทีวีสร้างรอยร้าว คนในหมู่บ้าน หลังผลนิติเวชยันผลตรวจน้องชมพู่

ทนายเดชา ซัดสื่อทีวีสร้างรอยร้าว คนในหมู่บ้าน หลังผลนิติเวชยันผลตรวจน้องชมพู่

ยังคงเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สืบเนื่องจาก น้องชมพู่ เด็กหญิงอายุ 3 ขวบ ที่ถูกพบไปเสียชีวิตบนภูเหล็กไฟ อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งครอบครัวก็สงสัยว่าน้อง อาจถูกคนร้ายลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ แล้วทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต กระทั่ง แพทย์นิติเวชเผยผลการชันสูตรศพ ยืนยันน้องชมพู่ เสียชีวิตเอง ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายและล่วงละเมิดทางเพศ
แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เผยผลการผ่าชันสูตรศพ น้องชมพู่ อย่างละเอียด ยืนยันผลตามเดิมที่ตรวจครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมว่า ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายและไม่พบการล่วงละเมิดทางเพศ มีเพียงรอยขูดขีดที่เกิดขึ้นขณะยังมีชีวิต และรอยมด-แมลงเจาะ ซึ่งผลการตรวจตรงกับแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และได้มีการชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน อย่างละเอียด
โดยวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะเชิญรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พนักงานสอบสวน มาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงการรายงานผลการชันสูตรศพน้องชมพู่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะที่แม่ของน้องชมพู่ เคยออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า หากผลชันสูตรศพยืนยันว่า เกิดจากการเดินพลัดหลงขึ้นไปเสียชีวิตบนเขาเอง ไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย แม่ก็ยังคงรับไม่ได้ และมีข้อสงสัยว่าทำไมเสื้อผ้าน้องถึงถูกถอดออก ผมก็ถูกตัด จึงอยากให้ตำรวจช่วยคลี่คลายคดี ส่วนกรณีที่สังคมสงสัยว่าพ่อกับแม่อาจเป็นคนทำให้น้องชมพู่เสียชีวิต เธอบอกว่าไม่สามารถไปห้ามความคิดคนอื่นได้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทนายเดชา เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ ได้โพสต์เกี่ยวกับคดีนี้ลงเฟซบุ๊กว่า ทีวีช่องที่สงสัยคนนั้นคนนี้จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร นำเสนอข่าวเป็นละคร ทำให้คนในหมู่บ้านญาติพี่น้องทะเลาะกันขัดแย้งกันสังคมจากแยก จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรครับในเมื่อผลตรวจออกมาแล้วว่าเสียชีวิตเองจบข่าว พวกที่มโนทางทีวีทั้งหลายก็น่าจะแสดงความรับผิดชอบกันบ้าง หรือจะปล่อยให้มันผ่านไป
นอกจากนี้ ทนายเดชา ยังโพสต์อีกว่า สื่อทีวี มักจะนำเสนอข่าวเวลามีเด็กหรือใครก็แล้วแต่ตาย โดยมักจะ พาดหัวข่าวว่าอย่าปล่อยให้ตายฟรีทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเป็นอะไรตาย555

ขณะเดียวกัน นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการและทีมแพทย์ที่รวมชันสูตรคดีน้องชมพู่ ที่เสียชีวิตปริศนาในป่า จ.มุกดาหาร แถลงผลการณ์หารือร่วมกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในคดีนี้

นายสิระ กล่าวว่า การหารือวันนี้เป็นผลมาจากทีมแพทย์ที่ชันสูตรศพครั้งแรกเกิดความไม่สบายในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เชิญทีมแพทย์จากนิติเวช รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ที่ชันสูตรครั้งแรก และนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย เข้าให้ข้อมูล โดยยืนยันผลการชันสูตรครั้งแรก 5 ประเด็นคือ

ไม่พบอาหารในกระเพาะอาหาร มีความเป็นไปได้ว่าขาดอาหารเกิน 6 ชั่วโมง ทำให้เสียชีวิต
ไม่พบบาดแผลที่ก่อให้เกิดความตายได้ มีเพียงรอยขีดข่วน
ไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ
ไม่พบสาเหตุการตาย เนื่องจากศพเน่าเปื่อย
คาดเสียชีวิตประมาณวันที่ 13 พ.ค. จากที่หายตัวไปเมื่อ 11 พ.ค. 2563
โดย นายสิระ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้มีความพยายามไม่เชื่อผลชันสูตรทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจพยายามไล่ตรวจ DNA คนในพื้นที่จนกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ตกเป็นจำเลยสร้างความเสื่อมเสีย คนในพื้นที่มองหน้ากันไม่ติด สาเหตุสำคัญเป็นเพราะสื่อมวลชนชี้นำคดีทำให้ตำรวจไม่สามารถปิดคดีได้ ทั้งที่กระบวนการสืบสวนควรดำเนินการด้วยพยานหลักฐานไม่ใช่ดำเนินการตามการกดดันของสื่อ และมองว่าสิ่งที่สื่อออกข่าวทุกวันนี้เป็นการขายข่าวทำให้คนในพื้นที่ได้รับความเสียหาย เกิดความขัดแย้งกัน ดังนั้นกรรมาธิการต้องตรวจสอบให้เรื่องนี้ดำเนินไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ไม่ใช่ไล่ตามจับแพะมาปิดคดี ดังนั้นกรรมาธิการจะมีการเชิญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาให้ข้อมูลในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องนี้ด้วย รวมทั้งจะมีการเชิญแพทย์จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ที่ชันสูตรศพน้องชมพู่รอบ 2 มายืนยันผลการชันสูตรด้วยว่าแตกต่างจากครั้งแรกอย่างไร








แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon