ผัวร่ำไห้แทบขาดใจ เมียรักโดนหลานคลั่งแทงตายต่อหน้า แม่เผยสาเหตุ

 กรณีครอบครัวหนึ่งเดินทางกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ เพื่อมางานแต่งญาติ แต่หลังจากเสร็จงานแล้ว ได้มีการไปพูดคุยกับพี่สาว แล้วโดนหลานชายตัวเองบุกจ้วงแทงอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนางแสงจันทร์ เพ็งสุข อายุ 50 ปี (ผู้เสียชีวิต) เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 14 พ.ย.63 ที่ผ่านมา


ล่าสุด ที่จุดเกิดเหตุ อยู่ในพื้นที่หมู่ 9 ต.โพนโก อ.สนม จ.สุรินทร์ พบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหลังของบ้าน ติดกับห้องครัว ยังพบร่องรอยของเลือดที่ติดอยู่ตามพื้นปูนและพื้นดิน

นายลำเจียก เพ็งสุข อายุ 56 ปี สามีผู้เสียชีวิต เล่าให้กับที่ข่าวฟังว่า ตนแต่งงานอยู่กินกับนางแสงจันทร์ มานานกว่า 30 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน อายุ 30 และ 27 ปี และลูกสาว 1 คน อายุ 25 ปี โดยอาศัยอยู่ซอยหมู่บ้านฉัตรแก้ว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยจะมีการกลับมาเยี่ยมญาติพี่น้องที่ จ.สุรินทร์บ้าง ปีละ 1-2 ครั้ง ซึ่งตนก็รู้จักเครือญาติพี่น้องทางฝ่ายภรรยาเป็นอย่างดี


การเดินทางมาจ.สุรินทร์ในครั้งนี้ ก็คือมาร่วมงานมงคลสมรสของหลานสาวฝ่ายภรรยา โดยมีนางแสงจันทร์ ลูกชายคนกลางและลูกสาวคนเล็กและตน ซึ่งเหตุการณ์ในงานแต่ง ก็ฟ้อนรำสนุกสนาน จนกระทั่งงานเลิกนางแสงจันทร์ ก็ได้มีการอยู่ช่วยเก็บข้าวของ และทำความสะอาดในงาน จนเสร็จประมาณ 14.00น.

จากนั้นนางแสงจันทร์ ก็ชักชวนตนไปที่บ้านของพี่สาว (จุดเกิดเหตุ) เวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งก็มีการไปนั่งพูดคุยบริเวณหลังบ้าน โดยเก้าอี้ที่อยู่หลังบ้าน มี 2 ตัว ซึ่งนายสอ้วน (พ่อผู้ก่อเหตุ) ก็ได้มีการเดินไปบอกนายศรัญญู (ผู้ก่อเหตุ) ให้หยิบเก้าอี้ให้ตนอีกตัว วินาทีที่ยื่นเก้าอี้ให้นายสอ้วน ตนเห็นสายตาของนายศรัญญู มองตาขวาง และทำเงียบแปลก ๆ ไม่ยกมือไหว้สวัสดีทักทายกัน ตนก็ไม่เอะใจอะไร

จากนั้นตนก็นั่งกินกาแฟ ตนนั่งอยู่ข้าง ๆ กับนายสอ้วน ส่วนนางแสงจันทร์ นั่งอยู่ตรงข้ามตน เมื่อคุยไปสักพัก นายศรัญญู ก็ถือมีดวิ่งเข้ามาแทงภรรยาของตนต่อหน้าต่อตา ตนจึงคุกเข่าลงไปประคองร่างของนางแสงจันทร์ไว้ ซึ่งขณะนั้นเลือดพุ่งออกเป็นจำนวนมาก ตนตกใจจึงได้ตะโกนร้องเรียกให้ลูกชายที่มาด้วย รีบเข้ามาช่วย

จากนั้นก็มีการนำตัวส่ง รพ.สนม จ.สุรินทร์ แต่นางแสงจันทร์เสียเลือดมาก ซึ่งทีมแพทย์ได้มีการปั๊มหัวใจนางแสงจันทร์แล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ วินาทีที่แพทย์เดินมาบอกว่า นางแสงจันทร์เสียชีวิต ตนถึงกับเข่าอ่อนล้มทั้งยืน ส่วนตัวคาดว่าสาเหตุที่ลงมือ อาจจะเป็นเพราะป่วยด้วยและการที่นายสอ้วน ไปขอเก้าอี้อาจจะไปขัดจังหวะนายศรัญญู กำลังเล่นเกมด้วยเลยทำให้เกิดอารมณ์สวิงโมโหขณะนั้น

ส่วนตัวและนางแสงจันทร์ไม่เคยมีปัญหา กับนายศรัญญู ซึ่งครั้งสมัยนายศรัญญูยังเด็ก ๆ เคยมาบวชสามเณรที่ กทม. ตนและครอบครัวก็ให้ที่พักอยู่อาศัย และดูแลเป็นอย่างดี ตนไม่คิดเลยว่านายศรัญญู จะลงมือทำเช่นนี้ จากนี้ตนก็จะคิดถึงนางแสงจันทร์มาก ๆ เพราะผ่านทุกข์ผ่านสุขมาด้วยกัน แต่ก็ต้องเข้มแข็งและสู้ชีวิตเพื่อลูกอีก 3 คน สุดท้ายนี้ตนอยากบอกนางแสงจันทร์ว่า รักเขามาก รักแบบไม่สามารถรักใครได้อีก จะรักไปตลอดชาติเลย

สำหรับงานณาปนกิจศพ จะเริ่มมีการสวดศพวันนี้ (15พ.ย.63) และจะประชุมเพลิงวันที่ 18 พ.ย.63 ที่วัดแจ้งหนองบัวแดง ต.โพนโก อ.สนม จ.สุรินทร์

ด้านนางรุ้งตะวัน ดวงวิเศษ อายุ 51 ปี แม่ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนมีความผูกพันกับนางแสงจันทร์ ที่ค่อนข้างสนิทสนมกัน เพราะอายุห่างกันแค่ 1 ปี เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก จนกระทั่งแต่ละฝั่งมีครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังมีการติดต่อกันอยู่เป็นระยะ ๆ เนื่องจากนางแสงจันทร์ ไปสร้างครอบครัวอยู่ที่ กทม. สภาพจิตใจในตอนนี้ยังคงเสียใจกับการจากไปอยากกะทันหันของนางแสงจันทร์ และยังทำใจลำบาก เนื่องจากลูกชายของตนเป็นคนลงมือ

ส่วนตนอาศัยอยู่กับลูกสาวและนายศรัญญู (ผู้ก่อเหตุ) ซึ่งนายสอ้วน ดวงวิเศษ (สามี) ไปทำงานอยู่ที่กทม. ตนจึงมีหน้าที่ดูแลลูก และทำนาข้าวอยู่ที่จ.สุรินทร์ โดยนายศรัญญู เป็นคนเฮฮาเวลาปกติ แต่เวลาคลั่งจะเก็บตัวเงียบ ไม่พูดคุยกับใคร และชอบถือมีด ปาขวดเบียร์ใส่พื้นบ้าน กำแพงบ้าน ตนจึงต้องซ่อนมีดทำครัวไว้ เพราะกลัวว่าจะไปทำร้ายคนอื่น ซึ่งนายศรัญญู เคยทำร้ายร่างกายทุบตีตน 1 ครั้ง ด้วยสาเหตุจากการเมายา เนื่องจากนายศรัญญู เคยติดยาเสพติดในปี 58 และได้ทำการบำบัดรักษาตัวในปี 59 จากนั้นในปี 60 ก็กลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้าน

ทั้งนี้ตนยืนยันว่า มีการให้กินยาทุกมื้อไม่เคยขาด แต่การรักษาตัวที่นานกว่า 5 ปี ทางแพทย์ก็ได้มีการลดจำนวนยาลง และฤทธิ์ยาที่เบาลง ตามอาการของนายศรัญญู

วันเกิดเหตุ (14พ.ย.63) ตนไม่ได้อยู่ในบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 15.00 น. ก็ได้ยินเสียงคนร้องโวยวายให้ช่วย วินาทีนั้นก็เลยรีบวิ่งเข้ามาช่วยดึงนายศรัญญู เข้าบ้านมาแล้วรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนสาเหตุตนคาดว่าน่าจะเกิดอาการคลั่ง แล้วยาที่หมอให้ก็มีการลดขนาดและฤทธิ์ยาที่อ่อนลง ส่วนมีดที่นายศรัญญูใช้ลงมือนั้น ตนนึกขึ้นได้ว่า เวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 14 พ.ย.63 ลืมเก็บมีดหลังทำกับข้าว ตนคาดว่านายศรัญญู น่าจะเอามีดไปซ่อนเก็บไว้

หลังจากนี้ให้เป็นหน้าที่ตำรวจ ว่าจะดำเนินคดีอย่างไร หรือจะเอาตัวนายศรัญญูไปบำบัดที่ไหนก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะตนก็กลัวว่าถ้ารักษาไม่หายดี แล้วกลับมาอยู่บ้าน รายต่อไปอาจจะเป็นคนในครอบครัว

ด้านน.ส.ขวัญจิรา สืบทอง อายุ 26 ปี และนายปราโมทย์ สงวงวงศ์ อายุ 40 ปี คู่บ่าวสาว เปิดเผยว่า นางแสงจันทร์ มีศักดิ์เป็นน้าของตน วันเกิดเหตุน้าก็มาร่วมงานมงคล โดยมีการผูกข้อมือให้กับตน ซึ่งบรรยากาศในงานเลี้ยงก็สังสรรค์ ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีการรวมญาติที่ไม่ได้เจอกันนาน ก็ต่างคนต่างมีความสุขในงานตามปกติ ไม่ได้มีลางสังหรณ์อะไร ซึ่งนายศรัญญู ไม่ได้ไปร่วมงานแต่งของตน

ช่วงเวลาในงานแต่งงานสำหรับผู้หญิงทุกคน คือ ช่วงเวลาแห่งความสุข จนกระทั่งจบงาน มีญาติโทรมาบอกว่า นางแสงจันทร์ถูกนายศรัญญู ใช้มีดแทงจนเสียชีวิต ตนก็รู้สึกตกใจ ตั้งหลักไม่ถูก ถึงกับเกิดอาการขาอ่อน ส่วนตัวไม่คิดว่างานของตนเป็นสาเหตุให้นางแสงจันทร์ตาย ตนเชื่อว่าฟ้าลิขิตกำหนดโชคชะตาให้เป็นแบบนี้

ส่วนจะมองว่าจะเป็นลางร้ายสำหรับชีวิตคู่หรือไม่นั้น ตนมองว่าการแต่งงานของตนผ่านมาด้วยดีแล้ว ซึ่งตนและสามีต่างก็ไม่มีใครคาดคิดว่า จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในงานมงคล

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว









แชร์ข่าวนี้

Share on FacebookTweet on TwitterPlus on Google+


EmoticonEmoticon